My Money Toolkit | เครื่องมือการเงินของฉัน

ซื้อกองลดหย่อนคุ้มกว่าลงทุนเองไหม? เทียบยาว ๆ หลังหักค่าธรรมเนียมจริง

5 ชั่วโมงที่แล้ว - views
Share :
ใช้งานเลย

สามารถเข้าถึงเครื่องมือดีๆ ก่อนใครเพียงสมัครสมาชิกที่นี่

PromptPay
✨ NEWจ่ายผ่าน PromptPay ได้แล้ว!

ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต — สมัครด้วย QR ครั้งเดียวต่อรอบ

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Export/Import ข้อมูล (CSV & JSON) จัดการข้อมูลข้ามอุปกรณ์ ✅ จดโน้ตเหตุผลในแผนลดรายจ่ายได้

จัดการหนี้ (Debt Planner)

จัดการหนี้ (Debt Planner)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Auto-Save รายการหนี้ ✅ Export แผนชำระหนี้เป็น Excel (Snowball/Avalanche/Hybrid)

DR ไหน PRO

DR ไหน PRO

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิก Planner/Investor เข้าถึงฟีเจอร์พิเศษ

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

🥇 Investor

✅ Cloud save, Canvas 100 node, Export PNG 2x, Mermaid import/export

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิกรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม

เว็บ Plantung Flow (กระแสเงินสด)

เว็บ Plantung Flow (กระแสเงินสด)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิกรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ: ภาษีที่ได้คืนคือกำไรล่วงหน้าที่การันตี เท่ากับอัตราภาษีขั้นบนสุด RMF จึงออกตัวนำทันที แต่ต้องวิ่งสู้กับ ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าซึ่งกินผลตอบแทนทบต้นทุกปี

ใครจะชนะขึ้นอยู่กับ 3 ตัวแปร:
ฐานภาษี ค่าธรรมเนียมกองที่เลือก และระยะเวลาที่ถือ

ซื้อกองลดหย่อนคุ้มกว่าลงทุนเองไหม? บทความนี้เราจะพามาชวนคิดกันครับ

1. คำถามนี้ถึงไม่มีคำตอบเดียว

เวลามีคนพูดว่า "ซื้อ RMF สิ ได้ลดหย่อนภาษีด้วย" หรือ "อย่าไปซื้อกองลดหย่อนเลย ค่าธรรมเนียมแพง ลงทุนเองดีกว่า"

เพราะการเปรียบเทียบที่ยุติธรรมต้องชั่งของสองอย่างที่อยู่คนละจังหวะเวลา:

2. ขาที่ 1 — "ภาษีที่ได้คืน" คือกำไรล่วงหน้าที่การันตี

ภาษีไทยเป็นแบบขั้นบันได

เงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้ว) จะถูกเก็บภาษีเป็นชั้น ๆ:

หัวใจ: "อัตราภาษีขั้นบนสุด"

เมื่อคุณซื้อ RMF เงินลดหย่อนจะไปลบออกจาก ยอดบนสุด ของเงินได้สุทธิก่อน นั่นแปลว่าทุก 100 บาทที่ซื้อ RMF คุณประหยัดภาษีเท่ากับ อัตราขั้นบนสุด

ตัวอย่าง คนเงินได้สุทธิ 800,000 บาท → อยู่ในชั้น 20%

ลองดูตามฐานภาษีของแต่ละคน (สมมติซื้อ RMF 100,000 บาท):

ฐานภาษียิ่งสูง RMF ยิ่งน่าสนใจ — ส่วนลดก้อนแรกใหญ่ขึ้นตามขั้นภาษี

คิดเร็ว ๆ ในหัว: ภาษีคืน ÷ ปีที่ต้องถือ = ผลตอบแทนการันตีต่อปี

ถ้าไม่อยากเปิดเครื่องคิดเลข มีสูตรคิดหยาบ ๆ ในหัวให้รู้สึกได้ว่า "คุ้มแค่ไหน":

ผลตอบแทนการันตีต่อปี (คร่าว ๆ)  ≈  ฐานภาษีของคุณ  ÷  จำนวนปีที่ต้องถือ

เพราะภาษีที่คืนมาเป็นกำไร "ก้อนเดียว" แต่คุณต้องถือกองไว้หลายปี ลองเฉลี่ยกำไรก้อนนั้นออกเป็นรายปีดู:

นี่เป็นแค่การคิดหยาบ ๆ ในหัว (ยังไม่นับการทบต้นและไม่นับค่าธรรมเนียม) แต่ใช้เช็คความรู้สึกได้ดี — และมันบอกอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ยิ่งถือนาน "ภาษีคืนเฉลี่ยต่อปี" ยิ่งเจือจางลง ในขณะที่ค่าธรรมเนียมกลับสะสมมากขึ้นทุกปี (ดูข้อ 4) อยากได้ตัวเลขเป๊ะ ๆ ค่อยไปปรับสไลเดอร์ในเครื่องมือ

จุดที่คนอายุน้อยมักมองข้าม: ตัวหาร "ปีที่ต้องถือ" ของ RMF จริง ๆ ไม่ใช่ 5 ปี แต่คือ "จำนวนปีจนถึงอายุ 55" เพราะเงินถูกล็อกถึงตอนนั้น ลองดูคนฐานภาษี 10% เท่ากันแต่อายุต่างกัน:

ยิ่ง ฐานภาษีต่ำ + อายุยิ่งน้อย ตัวหารยิ่งใหญ่ แต้มต่อยิ่งเจือจาง — เคสนี้ "ภาษีคืน" แทบไม่คุ้มกับการเอาเงินไปล็อกยาว ลงทุนเองที่ถอนได้มักเข้าท่ากว่า

ข้อควรระวัง: เงินคืนภาษีจะเป็นแต้มต่อ ก็ต่อเมื่อ "เอาไปลงทุนต่อ"

ลองนึกภาพคุณมีเงิน 100,000 บาท จะเทียบสองทางให้ยุติธรรม:

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้: ตอนนี้คุณถือกอง 100,000 เท่ากันทั้งสองทาง แต่ฝั่ง RMF มีเงินสดติดมืออีก 20,000 แล้วคุณจะทำยังไงกับมัน?

พูดง่าย ๆ คือ ภาษีที่คืนมาจะกลายเป็นแต้มต่อก็ต่อเมื่อเอามันกลับไปลงทุนต่อ ไม่ใช่เอาไปใช้ ถ้าใช้หมด เท่ากับโยนแต้มต่อทิ้ง เหลือแต่ข้อเสีย (ค่าธรรมเนียมแพง + เงินล็อกถึง 55) — นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดเวลาเทียบ (ในเครื่องมือจึงสมมติให้นำเงินคืนภาษีไปลงทุนต่อที่อัตราเดียวกับ "ลงทุนเอง" เสมอ)

3. ขาที่ 2 — "ค่าธรรมเนียม" คือศัตรูเงียบที่กินทบต้น

ผลตอบแทนสุทธิ = ผลตอบแทนก่อนหัก − ค่าธรรมเนียม

กองทุนทุกกองมีค่าใช้จ่ายรวม (TER — Total Expense Ratio) ที่หักจาก NAV ทุกวันโดยที่คุณไม่เห็นเป็นบิล มันแฝงอยู่ในราคากองที่ลดลง

ค่าธรรมเนียมจริงคร่าว ๆ (อ้างอิงปี 2568):

เทียบกับ ETF ต่างประเทศ ที่ค่าใช้จ่ายต่ำสุด (Expense Ratio + ต้นทุน FX รวมกันมักแค่ ~0.1–0.3%)

ทำไม 1% ถึงสำคัญมาก

ค่าธรรมเนียมส่วนต่าง 1% ต่อปีฟังดูน้อย แต่เมื่อทบต้น 20–30 ปี มันกินเงินสะสมของคุณไปได้ 20–30% ของมูลค่าปลายทาง

ลองนึกภาพ: ลงเงิน 120,000/ปี เป็นเวลา 20 ปี

ถ้าจะซื้อ RMF ให้เลือกกอง Index/Passive ค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่ใช่กอง Active ที่ค่าธรรมเนียมแพง เพราะค่าธรรมเนียมที่แพงเกินไปจะ "กินภาษีคืน" จนหมดและทำให้แต้มต่อของ RMF หายไป

4. จุดพลิก — ภาษีคืน (ก้อนเดียว) ปะทะ ค่าธรรมเนียม (ทุกปี ทบต้น)

นี่คือสมการในใจที่เครื่องมือคำนวณให้:

RMF จะคุ้ม เมื่อ:
   ภาษีที่ได้คืนครั้งแรก (ทบต้น)  >  ผลตอบแทนส่วนเกินจากค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า (ทบต้น)

ระวังกับดักความคิด "ฐานภาษีสูง = ซื้อ RMF เลย คุ้มแน่": ฐานภาษีสูงแค่ทำให้ RMF ออกตัวนำเยอะขึ้น (ภาษีคืนก้อนใหญ่) แต่ไม่ได้แปลว่าชนะอัตโนมัติ เพราะ RMF ยังต้องแบกค่าธรรมเนียมแพงที่กินทบต้นทุกปีอยู่ดี

ถ้าคุณฐานภาษีสูงแต่ดันไปเลือกกอง Active ค่าธรรมเนียม 1.7% ค่าธรรมเนียมก็อาจกินภาษีคืนจนหมด แล้วลงทุนเองในกองถูก ๆ ชนะได้ — คำตัดสินสุดท้ายจึงอยู่ที่ "คุณเลือกกองค่าธรรมเนียมต่ำหรือเปล่า" เสมอ ไม่ใช่แค่ฐานภาษีสูงแล้วจบ

5. ตัวแปรที่สามที่คนมักลืม — สภาพคล่องและการล็อกเงินถึงอายุ 55

ตัวเลขผลตอบแทนไม่ใช่ทุกอย่าง เงื่อนไขการถอน สำคัญพอ ๆ กัน

ถ้าอยากใช้เงินก่อนอายุ 55

RMF จะ ถอนไม่ได้เลย ถ้าฝืนถอนก่อน ถือว่าผิดเงื่อนไข ต้องคืนภาษีที่เคยได้ทั้งหมด (และอาจมีเบี้ยปรับ) เครื่องมือจึงตัดมูลค่า RMF ที่ "ใช้ได้จริง" เป็น 0 ถ้าคุณตั้งอายุที่อยากใช้เงินไว้ก่อน 55

ดังนั้นถ้าคุณอายุ 35 แต่วางแผนจะใช้เงินตอน 50 — RMF ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับเป้าหมายก้อนนี้ ต่อให้ฐานภาษีสูงแค่ไหน เพราะเงินถูกล็อก ควรเลือกลงทุนเอง/ETF ที่ถอนได้

6. กรณีพิเศษ — ETF ต่างประเทศ และภาษีนำเงินกลับ

ETF ต่างประเทศ (เช่นกองที่ลงทุนหุ้นทั่วโลก/สหรัฐฯ) มีจุดเด่นคือ ค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด + กระจายสู่ตลาดโลก แต่มีต้นทุนภาษีที่ต้องเข้าใจ:

ในเครื่องมือ คุณตั้งอัตราภาษีกำไร ETF ได้เอง (ดีฟอลต์ = อัตราขั้นบนของคุณ) และตั้งเป็น 0 ได้ถ้าวางแผนนำกลับในช่วงที่ได้รับยกเว้น

สรุป ETF ต่างประเทศเหมาะกับ:

หมายเหตุ: หุ้นไทยและ RMF (ถือครบเงื่อนไข) กำไรยกเว้นภาษี จึงไม่มีต้นทุนภาษีตอนถอน — เป็นแต้มต่อที่ ETF ต่างประเทศไม่มี

7. ตอนถอนเงิน — ก้อนเดียว vs ทยอยถอน

มูลค่าปลายทางเป็นแค่ครึ่งเรื่อง อีกครึ่งคือ "แล้วจะเอาเงินออกมาใช้ยังไง"

แบบถอนก้อนเดียว

ได้เงินรวมทีเดียว เหมาะกับคนที่มีแผนใช้เงินก้อน (ปิดหนี้บ้าน ซื้ออสังหาฯ ฯลฯ)

แบบทยอยถอน — เงินที่เหลือยังโตต่อ

ระหว่างถอน เงินก้อนที่เหลือยังลงทุนอยู่ มักย้ายเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนช่วงถอนจึงต่ำกว่าช่วงสะสม (สมมติ ~3%) มี 2 วิธีย่อย:

a) ถอนให้หมดในกี่ปี (Annuity)
กระจายเงินก้อนเป็นรายปีให้หมดพอดีใน N ปี เช่น 20 ปี โดยเงินที่เหลือยังโตต่อ เหมาะกับคนที่รู้ว่าจะใช้เงินช่วงไหน

b) ถอน X% ต่อปี (กฎ 4%)
ถอนเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ของเงินก้อนทุกปี กฎคลาสสิกคือ 4%/ปี

ถ้าใครลองปรับในเครื่องมือมีจะเห็นกราฟ "ภูเขา" — สะสมขึ้นไปจนถึงอายุที่เริ่มถอน แล้วค่อย ๆ ลดลงตามการถอน โดยแต่ละเส้น (RMF / ETF / ลงทุนเอง) เริ่มถอนคนละอายุ เพราะ RMF ต้องรอปลดล็อกที่ 55

8. ถือยาวรวยจริงไหม? แล้วต้องคอยสับกองไหม

คอยสับกองตามกองที่กำลังมาแรง ช่วยไหม? — มักไม่ช่วย

มีงานวิจัยระดับโลกชื่อ SPIVA เก็บข้อมูลมาหลายสิบปี พบว่าในระยะ 15–20 ปี กองที่จ้างผู้จัดการเก่ง ๆ มาเลือกหุ้น (Active) เกือบ 9 ใน 10 กองแพ้ดัชนี (Index) สาเหตุหลักคือค่าธรรมเนียมที่แพงกว่า

แปลว่า การไล่ "สับกองตามโพย" ที่กองไหนเพิ่งแรงปีที่แล้ว มักไม่ช่วยให้รวยขึ้น เพราะกองที่แรงปีนี้อาจร่วงปีหน้า

แล้วควรสับกองตอนไหน? สับเพื่อ 2 เรื่องนี้พอ ไม่ใช่เพื่อไล่ราคา:

ข้อดีคือ สับกองภายใน RMF ไม่ถือว่าขาย ไม่กระทบสิทธิ์ภาษี — แต่ระวัง มันยังมีค่าธรรมเนียมสับกองอยู่ (บางบลจ.ฟรี บางบลจ.คิด ~1%) เช็คใน factsheet ก่อนทุกครั้ง

แล้วเลือกกองยังไงไม่ต้องมานั่งสับบ่อย ๆ?

อย่าเลือกจาก "ตารางผลตอบแทนย้อนหลัง" (แบบหน้าจอคัดกรองกองที่เรียงกองเด่นปีล่าสุด) เป็นหลัก เพราะกองที่ติดท็อปปีนี้มักไม่ใช่กองที่ติดท็อปปีหน้า ให้ดู 3 อย่างนี้แทน มาลองดูตัวอย่างจริงกัน:

ตัวอย่างหน้าจอคัดกรองกองที่เรียงตามผลตอบแทนย้อนหลัง — อย่าใช้ตารางแบบนี้เป็นตัวตัดสินหลัก

ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีของกอง RMF — ผลตอบแทนตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปแสดงเป็น % ต่อปี กองท็อปทำได้ ~10–16%/ปี

เห็นกองท็อปทำได้ดีกว่าเพื่อน อาจรู้สึกว่า "ก็สับไปกองนั้นสิ" — แต่เรารู้ว่ากองไหนที่ 1 ก็ต่อเมื่อมัน "ผ่านไปแล้ว" ย้อนกลับไปซื้อไม่ได้ และกองที่นำรอบนี้มักไม่ใช่กองที่นำรอบหน้า และตามเชิงอรรถของตาราง ผลตอบแทนตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปแสดงเป็น % ต่อปี (ไม่ใช่ยอดสะสม) — ดังนั้น ~10–16%/ปี ตลอด 10 ปีถือว่า ดีอยู่แล้ว ไม่น่าผิดหวังที่ต้องไปไล่สับหาเพิ่ม การไล่สับมักได้ น้อยลง (ค่าสับ + เข้าผิดจังหวะอีก) อยากให้มันกรองนโยบายได้ด้วยจังจะได้เทียบกันไปเลย ไว้ต้องไปหาเว็บที่เค้าทำมาให้เทียบแล้วแชร์กันซะแล้ว

ปัจจัยที่ใช้คัดเลือกกอง

  1. ค่าธรรมเนียม (TER) ต่ำ — ตัวนี้ทำนายผลตอบแทนระยะยาวได้ดีกว่าผลตอบแทนย้อนหลังเสียอีก
  2. กองอิงดัชนี (Index) ในสินทรัพย์ที่อยากได้ (หุ้นไทย / หุ้นโลก / ตราสารหนี้)
  3. เลือก บลจ. ที่มีกองครบหลายธีม — เผื่อวันหน้าอยากปรับพอร์ต จะได้สับ "ภายใน บลจ. เดียว" ซึ่งง่ายและมักถูกกว่าการย้ายข้าม บลจ.

ค่าสับกองไม่ได้มีแค่ front-end fee เสมอไป — บางกองคิด back-end/exit fee ของกองต้นทางด้วย ดูเลขจริงในหนังสือชี้ชวน/factsheet ของแต่ละกอง

ถือยาวรวยจริงไหม? — จริง แต่ไม่ได้มาจากการเดากองถูก มันมาจาก 2 อย่าง: ลงต่อเนื่องทุกปี (วินัย) + ปล่อยให้เวลาทบต้น — ถ้าเลือกกองค่าธรรมเนียมต่ำไว้

9. มองอีกมุม — RMF จริง ๆ แล้วคือ "การออมแบบบังคับ" ที่มีของแถม

หลายคนเกลียด RMF ตรงที่ "ถอนไม่ได้จนอายุ 55" — แต่ข้อเสียข้อนี้แหละที่กลายเป็นข้อดีซ่อนอยู่

เพราะคนส่วนใหญ่ที่ลงทุนเองแบบถอนได้ตลอด มักแพ้ใจตัวเอง: ตลาดตกก็ขายหนีตอนล่าง ตลาดขึ้นก็อยากเอาเงินไปใช้ สุดท้ายไม่ได้อยู่ในตลาดนานพอจะเก็บเกี่ยวพลังทบต้น

RMF ที่ถอนไม่ได้ จึงทำหน้าที่เหมือน "กระปุกออมสินที่ทุบไม่ได้" — บังคับให้คุณอยู่ในตลาดยาว ๆ แถมยังได้ภาษีคืนเป็นโบนัสตั้งต้น มองแบบนี้ RMF ไม่ใช่แค่เครื่องมือลดภาษี แต่เป็น เครื่องมือฝึกวินัยการออม ที่จ่ายโบนัสให้ตั้งแต่ปีแรก

ถ้าลง Active ค่าธรรมเนียมแพง วินัยที่ดีก็ถูกค่าธรรมเนียมกัดกินทิ้งได้ เลือกกอง Index ต้นทุนต่ำ แล้วปล่อยให้เวลากับวินัยทำงานอาจจะดีกกว่า ไม่ได้หมายความว่า active ไม่ดีนะครับ ต้องลองศึกษาตัวเลือกอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจดูครับ มันไม่เสมอไปแค่มีโอกาสมากกว่า

10. สรุป — เลือกแบบไหนดี?

RMF / กองลดหย่อน คุ้มเมื่อ

ลงทุนเอง / ETF คุ้มเมื่อ

สรุปตามฐานภาษี

สรุปตามอายุ

RMF บังคับถือถึงอายุ 55 (และอย่างน้อย 5 ปี) อายุจึงเปลี่ยน "ราคาของการล็อกเงิน" ไปเลย:

11. กลยุทธ์ที่ดี

ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่ไม่ต้องเลือกข้างเด็ดขาด แต่ผสมตามลำดับความคุ้ม:

  1. ใช้สิทธิที่ได้ของฟรีก่อน — ถ้ามี PVD/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่นายจ้างสมทบ ใส่ให้ได้สมทบเต็มก่อน (นี่คือผลตอบแทนทันทีที่ไม่มีที่ไหนให้)
  2. เคลียร์หนี้ดอกเบี้ยสูง + มีเงินสำรองฉุกเฉิน 3–6 เท่าค่าใช้จ่ายรายเดือน ก่อนลงทุนล็อกยาว
  3. ใช้วงเงินลดหย่อนที่คุ้ม — ถ้าฐานภาษีสูง ซื้อ RMF/SSF/Thai ESG กอง Index ค่าธรรมเนียมต่ำ ให้พอลดภาษีในจุดที่คุ้ม
  4. เงินส่วนที่เกินวงเงินลดหย่อน หรือเงินที่อาจต้องใช้ก่อน 55 → ลงทุนเอง / ETF ต่างประเทศ ที่ค่าธรรมเนียมต่ำและถอนได้

วงเงิน RMF สูงสุด = 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (และเมื่อรวมกับ SSF/PVD/กบข./ประกันบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท) — ส่วนที่เกินนี้ลงทุนเองคุ้มกว่าเสมอ เพราะไม่มีภาษีคืนมาชดเชยค่าธรรมเนียมแล้ว

12. ลองเล่นเองในเครื่องมือ

อ่านหลักการจบแล้ว ลองปรับสไลเดอร์ในเครื่องมือ "ซื้อกองลดหย่อนคุ้มกว่าลงทุนเองไหม?" กันดีกว่า

หน้าตาเครื่องมือเทียบ RMF / ETF / ลงทุนเอง — มีกราฟเทียบ 3 เส้น พร้อมสไลเดอร์รายได้ ค่าธรรมเนียม และอายุ

คำเตือน

ทั้งหมดนี้เป็น ประมาณการเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้การันตีผลในอนาคต ผลตอบแทนจริงผันผวนได้ และการลงทุนเองต้องอาศัยวินัยและความรู้ กฎภาษี อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจจริงครับ

ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ขอบคุณทุกการสนับสนุนของท่าน

ผู้ที่สมัครสมาชิกให้กำลังใจ และ ซื้อเครื่องมือของเรา หรือซื้อของผ่านลิงก์ของเรา แค่กดลิงก์และซื้อของที่เคยปักไว้ในตะกร้าก่อนหน้า ช่วยให้เราพัฒนามีกำลังใจสร้างสรรค์เครื่องมือดีๆ แบบนี้ออกมาอีกต่อไปครับ! 💖

My Money Toolkit แหล่งรวมชีทและเครื่องมือการเงินที่มากที่สุด

☕️
👏
❤️
💸
🎉
❤️
👏
Sorranut K.
Paradorn
4Star
ทีม merefine
Fun manager
บาส
Ko
Thanon
phing
Lovegood
May pattama
Jcheetah
Prinya
Toon
ขอบคุณที่ทำเว็บดีๆ ให้คนไทยเข้าถึงฟรี
ฟีเจอร์เยอะมาก สวยด้วย
ช่วยจุดประกายในการปรับแก้ชีทของเราได้ดี
ออกแบบมาได้สวยงาม
น่ารักน่าใช้งานดีค่ะ
ชอบ feature DR มากๆ
การใช้งานง่ายแบบโอเคเลย
ขอบคุณที่ทำฟีเจอร์ดีๆ ออกมาให้ใช้งาน
ชอบประกัน ดูมีครบมากๆ และเห็นภาพ
รูปแบบที่ดูสวย และดูง่ายทุกๆ report
สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้
ชอบฟังก์ชั่นชีทของพี่นะคะ
เป็นเครื่องมือที่ตามหามานาน
ทำออกมาได้ดีครับ ยอดเยี่ยม
สร้างเครื่องมือดีๆ ให้คนไทยต่อไปนะครับ
ชอบที่มีการแยกฟีเจอร์เฉพาะตัวบุคคล
เป็นจุดแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ
พอเข้ามาในลิงก์ อึ้งเลย
ขอบคุณที่ทำออกมาให้ใช้นะคะ
ชอบเครื่องมือแบบ Permanent usage
ภาษี หนี้ รายรับรายจ่าย ทำได้ดีครับ
วางแผนการเงินส่วนบุคคล ตามหามานาน
เครื่องมือดีๆ ที่อยากให้คนไทยได้ใช้
เป็นกำลังใจให้ทำต่อไปครับ
ใช้งานง่าย เข้าใจได้เร็ว
Sheet ของพี่ดีมาก ใช้ปรับให้เข้ามือได้
สวยและใช้ง่าย ทุก report ดูง่าย
เห็นแล้วน่ารัก น่าใช้งานดีค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุนจากใจ

planner character
Planner
investor character
Investor
alpha character
Alpha
market-maker character
Market Maker

การสนับสนุนของคุณ ช่วยให้เครื่องมือดีๆ มีต่อไป

ร่วมเป็นสมาชิก →
ร่วมแบ่งปันเครื่องมือดีๆ
Share :
ต่ำกว่าราคาประเมิน
Condo 1Condo 2Condo 3Condo 4Condo 5Condo 6Condo 7Condo 8Condo 9Condo 10

Bangkok Horizon เพชรเกษม

฿1,490,000เจ้าของขายเอง

📍 ทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่ ใกล้ห้าง ใกล้ MRT
🏙️ ชั้น 14 วิวโปร่ง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ไม่ร้อน)
📏 ขนาด 30.66 ตร.ม. | 1 นอน 1 นั่งเล่น 1 ครัว 1 น้ำ

การลงทุน

หนังสือการลงทุนที่น่าสนใจ
หมวดอื่น
The Intelligent Investor

The Intelligent Investor

คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า

ซื้อเลย
The Millionaire's Top Secret

The Millionaire's Top Secret

ความลับสู่เงินล้านที่โรงเรียนไม่เคยสอน

ซื้อเลย
The Money Formula

The Money Formula

สมการแสนล้าน พลิกกระดานวอลสตรีท

ซื้อเลย
Floating Image