My Money Toolkit | เครื่องมือการเงินของฉัน

อยากมีสุขภาพการเงินที่ดีขึ้น: เปลี่ยนชีวิตการเงินทีละขั้น (รวมทั้งซีรีส์ 8 ตอน)

18 ชั่วโมงที่แล้ว - views
Share :

สามารถเข้าถึงเครื่องมือดีๆ ก่อนใครเพียงสมัครสมาชิกที่นี่

PromptPay
✨ NEWจ่ายผ่าน PromptPay ได้แล้ว!

ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต — สมัครด้วย QR ครั้งเดียวต่อรอบ

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Export/Import ข้อมูล (CSV & JSON) จัดการข้อมูลข้ามอุปกรณ์ ✅ จดโน้ตเหตุผลในแผนลดรายจ่ายได้

จัดการหนี้ (Debt Planner)

จัดการหนี้ (Debt Planner)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Auto-Save รายการหนี้ ✅ Export แผนชำระหนี้เป็น Excel (Snowball/Avalanche/Hybrid)

DR ไหน PRO

DR ไหน PRO

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิก Planner/Investor เข้าถึงฟีเจอร์พิเศษ

Life Code วางแผนชีวิต

Life Code วางแผนชีวิต

🥇 Investor

✅ ฟีเจอร์พิเศษสำหรับสมาชิก Investor (Coming Soon)

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

🥇 Investor

✅ Cloud save, Canvas 100 node, Export PNG 2x, Mermaid import/export

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิกรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม

ภาพรวมซีรีส์ อยากมีสุขภาพการเงินที่ดีขึ้น

👆 กดที่ผังเพื่อดูภาพเต็ม

เงินเดือนออกปุ๊บ หมดปั๊บ แบบนี้ทุกเดือน หรือทำงานมาหลายปีแล้วแต่เงินเก็บแทบไม่มี บัตรเครดิตก็รูดแทบทุกอาทิตย์ พอสิ้นเดือนก็แบกความเครียดไปนอน ไม่รู้จะเริ่มแก้จากตรงไหน

ถ้าใครกำลังรู้สึกแบบนี้ เราเข้าใจเลย เพราะเมื่อก่อนเราก็เป็น

เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาเริ่มพร้อมกันผ่านบทความนี้ ที่เรารวบรวมมาจากซีรีส์ "อยากมีสุขภาพการเงินที่ดีขึ้น" ทั้ง 8 ตอน เรียบเรียงให้อ่านรวดเดียวจบ เป็น flow ที่ไม่ได้ยากหรือซับซ้อน แค่ทำตามทีละขั้น แบบที่ใครก็ทำได้ ไม่ต้องมีความรู้ด้านการเงินมาก่อน

ก่อนจะลงรายละเอียด ขอกาง roadmap ทั้งหมดให้เห็นภาพก่อน

พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย


ตอนที่ 1 — รู้จักเงินของตัวเอง

ผังตอนที่ 1 รู้จักเงินของตัวเอง

ถ้าอยากมีการเงินที่ดีขึ้นจริงๆ ควรเริ่มยังไง?

คำตอบอาจพาย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นง่ายๆ คือ เงินเข้ามาจากไหน และเงินออกไปกับอะไรบ้าง

ฟังดูเป็นคำตอบที่น่าเบื่อใช่ไหม แต่ถ้าไม่รู้ว่าเงินจริงๆ ไปไหน จะวางแผนอะไรก็ยาก เหมือนอยากลดน้ำหนัก แต่ไม่เคยชั่งน้ำหนักเลย ก็ไม่รู้จะวัดผลยังไง

การรู้จักรายรับ-รายจ่ายของตัวเองคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของการมีการเงินที่ดีขึ้น เราลองทำเป็นสเต็ปง่ายๆ แล้วมาดูกัน

ขั้นที่ 1 — ลิสต์รายรับ ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่รวมถึงรายได้เสริม ดอกเบี้ย ทุกอย่าง ต้องการตัวเลขจริง ไม่ใช่การประมาณ

ขั้นที่ 2 — ลิสต์รายจ่ายทั้งหมด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

ส่วนเงินที่เอาไว้ลงทุนก็นับนะ เป็นรายจ่ายเหมือนกัน

ขั้นที่ 3 — บันทึกรายรับ รายจ่าย ทุกวัน อย่างน้อย 1 เดือน ใช้แอป สมุด หรือ spreadsheet ก็ได้ ไม่สำคัญว่าใช้อะไร สำคัญคือความสม่ำเสมอ ลองทำก่อนสักสองสามเดือน เราจะเห็นภาพรวมตัวเลขจริง ถ้าไม่หวือหวามาก มันควรจะใกล้เคียงกัน ยกเว้นช่วงที่ของเริ่มแพงขึ้น

ขั้นที่ 4 — แบ่งหมวดหมู่รายจ่าย เช่น อาหาร เดินทาง บันเทิง สุขภาพ เสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง แบ่งให้ละเอียดเท่าที่ทำได้

ขั้นที่ 5 — วิเคราะห์ว่าเงินหายไปไหน มองหาหมวดที่ใช้เยอะผิดปกติ แล้วลองถามตัวเองว่ามันเยอะขนาดนี้จริงๆ หรือ

ถ้ารายจ่ายมากกว่ารายรับ เราก็แค่หาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน พอจะลดได้ไหม อาจจะเริ่มจากตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกก่อน ไม่ต้องตัดทุกอย่าง แค่เริ่มจากสิ่งที่ตัดได้ไม่เจ็บมาก เช่น subscription ที่แทบไม่ได้ใช้ หรือของฟุ่มเฟือยที่แพงไป

จุดเริ่มต้นก้าวแรกนี้แหละ ที่จะทำให้การเงินเราดีขึ้น!

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ชีทเช็คสุขภาพการเงิน ชีทวางแผนงบรายรับรายจ่าย เว็บจัดการรายจ่าย

ตอนที่ 2 — วางแผนงบการเงิน

ผังตอนที่ 2 วางแผนงบประมาณ

เคยกันไหม ตั้งใจว่าจะเก็บเงินเดือนนี้ แต่พอสิ้นเดือนก็ไม่เหลืออะไรเลย เราเองก็เป็นแบบนี้แหละเมื่อก่อน ใช้ไปเรื่อยๆ แบ่งแบบหลวมๆ ไปมาๆ ก็กินข้ามงบไปหมด แถมยังกังวลไม่สบายใจตอนใช้เงินอีก

หลังๆ มา หลังจากเริ่มลองแบ่งบัญชีเองดู แล้วไปเจอแนวคิดแบ่งกระปุกเข้า มันทำให้รู้จักการจัดสรร แบ่งเงินไว้ใช้ตามหน้าที่ ปรากฏว่าชีวิตใช้เงินได้แบบแฮปปี้ขึ้นเลย วันนี้เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาลองวางแผนแบ่งเงินล่วงหน้ากัน

ทำไมต้องแบ่งเงินล่วงหน้าด้วย?

เพราะสมองคนเราไม่เก่งเรื่องการตัดสินใจเรื่องเงินแบบปุบปับ เวลาเห็นของที่ชอบก็อยากซื้อ เพื่อนชวนก็อยากไป แล้วค่อยนึกถึงเงินเก็บทีหลัง การแบ่งเงินไว้ล่วงหน้าทำให้ไม่ต้องตัดสินใจทุกครั้ง เพราะมีกฎไว้แล้วว่าเงินก้อนนี้ใช้ได้ ก้อนนี้แตะไม่ได้ เอาไว้กินก็ต้องกิน เอาไว้ลงทุนก็ต้องลงทุน ไว้ซื้อของใช้ก็ต้องซื้อของใช้

เราว่าวิธีนี้มันทำให้ออมได้โดยไม่รู้สึกฝืนใจ เพราะเงินออมถูกแยกออกไปตั้งแต่ต้น ไม่ได้รอเก็บจากที่เหลือ และที่สำคัญกว่าคือใช้เงินสบายใจขึ้น ส่วนที่ใช้ได้ก็ไม่ต้องรู้สึกผิดทุกครั้ง พอทำซ้ำทุกเดือน หักอัตโนมัติ มันจะกลายเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว

มีสูตรไหนให้เลือกบ้าง? สูตรการแบ่งเงินไม่ได้มีแค่อันเดียว เลือกให้เหมาะกับชีวิตของตัวเอง

แล้วควรใช้สูตรไหน? ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือเลือกสูตรที่ทำได้จริง มีแค่สูตรของตัวเราเองที่ทำต่อเนื่องได้ และมันปรับได้ตามช่วงเวลาของชีวิต

พอวางแผนเสร็จแล้ว ลงมือต่อแบบนี้

  1. ดูเงินเดือนที่ได้จริง คือเงินหลังหักภาษีและประกันสังคมแล้ว
  2. คำนวณตัวเลขของแต่ละส่วนตามสูตรที่เลือก เช่น ถ้าได้เงินเดือนสุทธิ 30,000 บาท ใช้สูตร 50/30/20 ก็แปลว่า 15,000 สำหรับจำเป็น 9,000 สำหรับสิ่งที่อยากได้ และ 6,000 สำหรับออมและลงทุน
  3. โอนเงินออมเข้าบัญชีทันทีในวันรับเงิน ก่อนที่มือจะไปจ่ายอะไรอื่น นี่คือหัวใจของทุกสูตร เรียกว่า Pay yourself first ไม่ใช่ Shop now Pay later
  4. ติดตามและปรับทุกสิ้นเดือน เทียบว่าที่ใช้จริงตรงกับแผนไหม ถ้าส่วนไหนเกินบ่อยๆ ให้ปรับสูตรหรือลดรายจ่ายในส่วนนั้น

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

เว็บคำนวณแบ่งเงิน แบ่งบัญชี

ตอนที่ 3 — จัดการหนี้

ผังตอนที่ 3 จัดการหนี้

อยากมีการเงินดีขึ้นจริงๆ ควรรู้ตัวว่าต้องลดหนี้ อย่าผ่อนเยอะ และซื้อเมื่อมีเงินจริงๆ เพราะมีหนี้มันเครียดนะเอาจริงๆ

ทำไมต้องจัดการหนี้ก่อนลงทุน? หลายคนถามว่า ออมและลงทุนไปพร้อมกับมีหนี้ได้ไหม? คำตอบคือ ถ้าหนี้ดอกเบี้ยสูงกว่าผลตอบแทนที่จะได้จากการลงทุน ก็ไม่คุ้ม เพราะกองทุนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 7-10% แต่บัตรเครดิตดอก 20% ต่อปี แปลว่าทุกบาทที่เราออม เราเสียดอกอีก 10-13% อยู่ดี ถ้าเอาเงินไปปิดหนี้ก่อนแล้วค่อยมาลงทุน มันจะโตได้ดีกว่า (ลงทุนได้ แต่มันอาจจะโตไม่ทันดอก)

ขั้นที่ 1 — ลิสต์หนี้ทั้งหมดที่มี เขียนออกมาให้หมด ทั้งยอดคงเหลือ ดอกเบี้ยต่อปี และยอดชำระขั้นต่ำ

ขั้นที่ 2 — เลือกวิธี มีสองแนวให้เลือก

ทั้งสองวิธีไม่มีถูกหรือผิด เลือกอันที่รู้สึกว่าทำได้จริงและไม่ท้อก่อน แต่ถ้าในยุคที่ต้องการเงินสดแบบนี้ การโปะก้อนดอกเยอะสุดจะดีที่สุดนะ

ขั้นที่ 3 — หาเงินเพิ่มเพื่อโปะหนี้ ยิ่งโปะได้มากยิ่งหมดเร็ว ลองตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกสักหนึ่งอย่าง หรือหารายได้เสริมชั่วคราว

ขั้นที่ 4 — เช็คว่ารีไฟแนนซ์ได้ไหม สินเชื่อส่วนบุคคลบางประเภท หรือธนาคารที่มีการรวมหนี้ อาจให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าได้ ถ้าทำได้จะช่วยประหยัดดอก และทำให้เราจ่ายแค่ที่เดียว

ขั้นที่ 5 — ติดตามทุกเดือนและไม่หยุดโปะ ดูยอดหนี้ลดลงทุกเดือน มันจะสร้างแรงผลักดันให้เองโดยอัตโนมัติ หนี้ค่อยๆ หมดไปแล้ว!

พอหนี้หมดแล้ว ทำอะไรต่อ? เอาเงินก้อนที่เคยโปะหนี้ทุกเดือนนั้น โยกไปเป็นเงินออมและลงทุนทันที อย่าให้มันหายไปในค่าใช้จ่ายอื่นๆ

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

รู้จักสินเชื่อ การคิดดอกเบี้ย ชีทติดตามบัตรเครดิต เว็บเทียบวิธีจัดการหนี้

ตอนที่ 4 — เงินฉุกเฉิน

ผังตอนที่ 4 สร้างเงินฉุกเฉิน

สมมติว่าวันนี้ตกงานกะทันหัน โดน AI แย่งงาน หรือป่วยหนักจนทำงานไม่ได้สักเดือน เราจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

ถ้าตอบว่าไม่รู้เลย หรืออยู่ได้ไม่กี่อาทิตย์ล่ะก็ วิกฤตแล้วล่ะ

เราว่าเงินฉุกเฉินคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้ว่าควรมีนะ แต่ไม่เคยลงมือทำแบบจริงๆ จังๆ สักที ลองนึกดูดีๆ นี่เป็นความเสี่ยงใหญ่ๆ ในชีวิตการเงินเลยนะ

เงินฉุกเฉินคืออะไร และทำไมต้องมีก่อนลงทุน เงินฉุกเฉินคือเงินสำรองที่เก็บไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน ป่วย ครอบครัวป่วย รถเสีย หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ไม่ได้วางแผนไว้

เหตุผลที่ต้องมีก่อน "ลงทุน" เพราะถ้าไม่มีเงินฉุกเฉินแล้วเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา เราจะต้องถอนเงินลงทุนออกมา ซึ่งอาจทำให้ขายในจังหวะที่ขาดทุน หรือตอนที่กำลังได้กำไรอยู่แต่เสียโอกาสโตต่อ เงินฉุกเฉินจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

ต้องเก็บเท่าไรถึงพอ คำตอบขึ้นอยู่กับความมั่นคงของรายได้

เก็บไว้ที่ไหนดี เงินฉุกเฉินต้องเข้าถึงได้เร็วเวลาจำเป็น แต่ก็ไม่ควรง่ายเกินไปจนดึงออกมาใช้แบบไม่มีเหตุผล มี 3 ตัวเลือกที่เหมาะสม

เลือกอันที่รู้สึกสบายใจ ไม่มีผิดถูก แค่ให้อยู่แยกจากบัญชีใช้จ่ายประจำวัน

วิธีเก็บให้ถึงเป้าโดยไม่ลืม ตั้งโอนอัตโนมัติเข้าบัญชีเงินฉุกเฉินทุกวันรับเงิน ไม่ต้องเยอะ เริ่มจาก 500-1,000 บาทก็ได้ สำคัญที่ความสม่ำเสมอ แล้วพยายามอย่าแตะมันเด็ดขาด ถ้ายังไม่ใช่เหตุฉุกเฉินจริงๆ เก็บลืมไปเลย

แล้วอะไรถือเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ? เช่น ตกงาน ป่วยหนัก รถเสียแบบซ่อมด่วน หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนแต่จำเป็นต้องจ่ายทันที เราจะตั้งกฎเองก็ได้ แต่ขอให้ฉุกเฉินจริงๆ นะ ไม่ใช่แบบ "คอนเสิร์ตที่อยากดูมา เงินไม่พอขอยืมหน่อย" แบบนี้ไม่ได้

ถ้าเก็บครบแล้วก็ยินดีด้วย เก่งมาก รอดูต่อเลยว่ามีอะไรให้การเงินเราดีขึ้นอีก!

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

เว็บจัดการรายจ่าย ฝากบัญชีไหนดอกคุ้มที่สุด เว็บเทียบกองทุนแบบง่ายๆ เว็บจัดการกระปุกเงิน

ตอนที่ 5 — วางแผนประกันและความเสี่ยง

ผังตอนที่ 5 วางแผนประกันและความเสี่ยง

ใครรู้สึกไม่ชอบประกันบ้างไหม หรือรู้สึกว่าประกันคือการเสียเงินเปล่าถ้าไม่ได้ใช้?

แต่จริงๆ แล้วมันคือการจัดการความเสี่ยงที่จะคุ้มค่าที่สุดในวันที่สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแล้ว เพราะถ้าต้องนอนโรงพยาบาลเดือนกว่า ค่ารักษาหลักแสน แต่ไม่มีประกันสุขภาพ ตอนนั้นเราจะทำยังไง

ประกันคือการโอนความเสี่ยงที่เราแบกรับคนเดียวไม่ไหว ไปให้บริษัทประกันแบกแทน แลกกับเบี้ยที่จ่ายทุกปี (ก็เอาเงินของหลายๆ คนมาช่วยกัน ถ้าเบิกกันเยอะประกันก็เจ๊ง แต่ส่วนใหญ่เขาก็จะหาทางให้ตัวเองรอด 555) ซึ่งถ้าไม่มีประกัน เหตุการณ์ไม่คาดฝันแค่ครั้งเดียวอาจทำลายสิ่งที่เราสร้างมาได้ในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

ประกันที่ต้องมีก่อน คือประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ประกันสุขภาพคือสิ่งแรกที่ต้องมี เพราะค่ารักษาพยาบาลในไทยแพงขึ้นทุกปี และเราไม่มีทางรู้ว่าจะป่วยเมื่อไร

ประกันชีวิต ขึ้นอยู่กับว่ามีคนอยู่ข้างหลังเราไหม ถ้ามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล มีลูก หรือคู่สมรสที่รายได้อาจไม่พอถ้าเราหายไป ประกันชีวิตคือสิ่งที่ต้องมี แต่ถ้ายังโสดและไม่มีภาระพึ่งพิง ยังไม่จำเป็นตอนนี้ บางคนใช้เป็นตัวเลือกประหยัดภาษีก็ได้เหมือนกัน แต่ประโยชน์หลักของมันคือการให้คนข้างหลังอยู่ดี เลือกอันที่ตรงตามวัตถุประสงค์เรานะ อย่าไปหลงตัวเลขผลตอบแทนมาก ดูความคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไหวเป็นหลัก

ประกันเสริมที่ควรพิจารณา

ซื้อเท่าไรถึงพอ กฎง่ายๆ คือ เบี้ยประกันรวมทุกอย่างไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ต่อเดือน ถ้าเกิน ให้ตัดหรือลดความคุ้มครองในส่วนที่ไม่จำเป็นออกก่อน อย่าทุ่มไปกับการลดหย่อนภาษีเยอะ ให้มองเป้าหมายเป็นสำคัญ มีเงินใช้ตอนนี้ดีกว่าไปดองเงินไว้ (อันนี้แล้วแต่คน) และทบทวนประกันทุกปี เพราะชีวิตเปลี่ยน ความต้องการก็เปลี่ยน ประกันที่เหมาะเมื่อ 3 ปีที่แล้วอาจไม่เหมาะกับวันนี้แล้ว

ถ้าผ่านข้ออื่นมาแล้ว ตอนนี้คือการวางรากฐาน เป็นเบาะกันกระแทกรองรับในเวลาล้ม อย่าลืมกลับไปทบทวนความเสี่ยงกันนะ

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

แพลนตัง จัดการประกัน

ตอนที่ 6 — ตั้งเป้าหมายการเงิน

ผังตอนที่ 6 ตั้งเป้าหมายการเงิน

เมื่อก่อนเราชอบเก็บเงินไปเรื่อยๆ มีมากขึ้นค่อยเอาไปใช้ ผลคือเวลาเก็บเงินไปแล้วเราไม่เห็นภาพรวมว่าเก็บเพื่ออะไร ต้องเก็บไปถึงไหน พอไม่ชัด บางทีก็เผลอเอาออกมาใช้ก่อน หรือบางทีก็รู้สึกเหมือนเดินไร้เส้นทาง

วันนี้เลยมาชวนเริ่มตั้งเป้าหมายกัน เพื่อให้การเงินของเรามีระบบขึ้น และทำให้เห็นว่าอะไรรอเราอยู่ข้างหน้า

ทำไมต้องมีเป้าหมาย เป้าหมายคือเหตุผลที่ทำให้เราไม่ยอมแพ้ตอนที่มันยาก ตอนที่ท้อ เวลาอยากใช้เงินแบบไม่มีสาระ แต่พอรู้ว่าเงินก้อนนี้คือ "บ้าน" ที่เราอยากได้ มันจะช่วยเบรกเราได้

เป้าหมายที่ดีต้องเป็น SMART คือ Specific ระบุชัดเจน, Measurable วัดได้เป็นตัวเลข, Achievable ทำได้จริง, Relevant สอดคล้องกับชีวิต และ Time-bound มีกำหนดเวลา เช่น ไม่ใช่แค่ "อยากรวย" แต่คือ "อยากมีเงิน 500,000 บาทเป็นเงินดาวน์บ้านภายใน 3 ปี"

แบ่งเป้าหมายเป็น 3 ระยะ

วิธีเริ่มตั้งเป้าหมาย

  1. ถามตัวเองว่าอยากได้อะไรจากชีวิต ไม่ต้องหรูหรา ไม่ต้องดูดี แค่ซื่อสัตย์กับตัวเองว่าแก่นแท้เราต้องการอะไร
  2. เขียนออกมาให้เป็น SMART เช่น จาก "อยากเที่ยวยุโรป" เป็น "เก็บเงิน 150,000 บาทสำหรับทริปยุโรปภายใน 18 เดือน"
  3. คำนวณว่าต้องเก็บเดือนละเท่าไร 150,000 ÷ 18 = 8,333 บาทต่อเดือน ถ้าทำได้ก็เดินหน้า ถ้าไม่ได้ก็ปรับเวลาหรือเป้าหมายใหม่
  4. เปิดบัญชีแยกตามเป้าหมาย ตั้งชื่อว่า "ยุโรป 2026" หรือ "ดาวน์บ้าน" แล้วตั้งโอนอัตโนมัติทุกเดือน ทำให้รู้สึกเป็นรูปร่างและแตะได้ยากขึ้น จะใช้บัญชีย่อยในแอป หรือฝากไว้ที่ดอกสูงแล้วแบ่งเองบนเว็บของเราก็ได้ มีฟีเจอร์นี้อยู่
  5. หมั่นทบทวนทุกไตรมาส เป้าหมายเปลี่ยนได้ ชีวิตเปลี่ยนได้ แค่อย่าลืมอัปเดตตัวเลขตามด้วย

ลองจัด priority ก่อน ทำทีละเป้าหมายที่สำคัญที่สุด พอเสร็จแล้วค่อยเริ่มเป้าถัดไป ดีกว่าโปะทีละนิดแล้วไม่ถึงสักเป้าเดียว

วันนี้ลองเขียนเป้าหมายแล้วหรือยัง ว่าคุณต้องใช้เงินแค่ไหนในการไปใช้ชีวิตที่อยากเป็น

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ชีทวางแผนอนาคต ชีทแผนการเงินคู่รัก

ตอนที่ 7 — เริ่มลงทุน

ผังตอนที่ 7 เริ่มลงทุน

ถึงตอนนี้บอกเลยว่าเพื่อนๆ เก่งมาก ถ้าเราเคลียร์หนี้ดอกสูงได้แล้ว มีเงินฉุกเฉินแล้ว มีประกันแล้ว มีเป้าหมายแล้ว ก็ถึงเวลาให้เงินทำงานแทนเราซะที

ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.5-1% ต่อปี ตอนนี้ดอกดิจิทัลก็เริ่มลดแล้ว ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% ต่อปี อาจมากกว่านี้เมื่อน้ำมันแพงของแพง แปลว่าถ้าแค่ฝากธนาคารเฉยๆ เงินเราจะซื้อของได้น้อยลงทุกปี

การลงทุนคือการทำให้เงินเติบโตเร็วกว่าเงินเฟ้อ และพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการลงทุนคือ "ดอกทบต้น" เงิน 10,000 บาทที่ให้ผลตอบแทน 8% ต่อปี จะกลายเป็น 21,589 บาทในอีก 10 ปี โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ก่อนลงทุนต้องเช็คอะไรบ้าง

ประเมินความเสี่ยงที่รับได้ก่อน ไม่มีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแค่การลงทุนที่เหมาะกับแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ รายได้ ระยะเวลา และที่สำคัญที่สุดคืออารมณ์ของเราเวลาพอร์ตติดลบ แบ่งกลุ่มได้ประมาณนี้

3 หลักการที่ต้องจำ

  1. กระจายความเสี่ยง อย่าใส่ไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว ผสมสินทรัพย์หลายประเภทเพื่อลดความเสี่ยงรวม
  2. ลงทุนด้วย DCA คือลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือนในจำนวนเท่ากัน ไม่ต้องจับจังหวะตลาด เพราะไม่มีใครจับได้แม่นทุกครั้ง
  3. อย่าตื่นตกใจแล้วขายตอนตลาดร่วง เพราะความผิดพลาดที่แพงที่สุดในการลงทุนคือซื้อตอนแพงแล้วขายตอนถูก

สุดท้ายอย่าลืมทบทวนพอร์ตปีละ 1-2 ครั้ง ไม่ต้องเปิดดูทุกวัน มันทำให้เครียดโดยไม่จำเป็น แค่ดูว่าสัดส่วนยังเหมาะสมอยู่ไหม และ rebalance ถ้าจำเป็น

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

เว็บเทียบกองทุนแบบง่ายๆ Port-it จัดพอร์ตหุ้น

ตอนที่ 8 — ทบทวนและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

ผังตอนที่ 8 ทบทวนและทำซ้ำ

ถ้าเพื่อนๆ ตามอ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณมากเลยครับ

ตอนสุดท้ายนี้อยากบอกว่า การเริ่มต้นได้นั้นดีแล้ว แต่การเงินมันดันไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ เราควรหมั่นทำและทบทวนอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย ตอนนี้จึงสำคัญไม่น้อยกว่าตอนอื่นๆ เลย

เพราะชีวิตเปลี่ยน รายได้เปลี่ยน เป้าหมายเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน แผนที่ดีเมื่อ 2 ปีก่อนอาจไม่เหมาะกับวันนี้แล้ว คนที่มีการเงินที่ดีไม่ใช่คนที่วางแผนเก่งที่สุด แต่คือคนที่ทบทวนและปรับแผนสม่ำเสมอที่สุด

ควรทบทวนบ่อยแค่ไหน

5 สิ่งที่ต้องเช็คทุกรอบ

  1. งบประมาณ ยังสมดุลอยู่ไหม มีหมวดไหนบานปลายผิดปกติไหม
  2. หนี้ ยอดลดลงตามแผนไหม มีโอกาสโปะเพิ่มได้ไหม
  3. เงินออม ถึงเป้าที่ตั้งไว้ไหม เงินฉุกเฉินยังครบไหม
  4. ประกัน ยังครอบคลุมชีวิตที่เปลี่ยนไปไหม เบี้ยสมเหตุสมผลไหม
  5. พอร์ตลงทุน สัดส่วนยังเหมาะสมไหม ถึงเวลา rebalance ไหม

เมื่อไรที่ต้องปรับแผนใหญ่ เมื่อชีวิตเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น แต่งงาน มีลูก เปลี่ยนงาน รายได้เพิ่มหรือลดมาก ซื้อบ้าน หรือเกษียณ ทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน ให้กลับไปเริ่มทบทวนจากต้นใหม่ทั้งหมด

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง


สรุปทั้งซีรีส์

  1. รู้จักเงินของตัวเอง
  2. วางงบประมาณ
  3. ดับหนี้
  4. สร้างเงินฉุกเฉิน
  5. วางแผนประกัน
  6. ตั้งเป้าหมาย
  7. เริ่มลงทุน
  8. ทบทวนและทำซ้ำ

ทำตามลำดับนี้ แล้ววนซ้ำอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจเลยว่าชีวิตการเงินจะดีขึ้นทีละนิดทุกปี จนถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน

ขอบคุณที่ติดตามซีรีส์นี้มาตลอด เราหวังว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่กำลังหาแนวทางทบทวนตัวเอง ตั้งหลัก เพื่อเริ่มต้นการเงินที่ดีขึ้น แค่เพื่อนๆ ได้อ่านแล้วมีบางส่วนปรับใช้ได้บ้าง เราก็ดีใจแล้ว

เริ่มวันนี้ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เริ่มก็พอแล้ว 🌱


ส่งท้าย — คลังเครื่องมือการเงินของเรา

คลังเครื่องมือการเงิน My Money Toolkit

👆 กดที่ผังเพื่อดูแบบเต็ม

เครื่องมือหลักตอนนี้ที่เรามี

  1. เว็บหลัก — รวบรวม Sheet บทความ และของสำหรับสมาชิก
  2. หาร — เว็บหารบิลตอนเที่ยว
  3. กองไหน — เกี่ยวกับการเปรียบเทียบกองทุน DR ไว้ทดลองข้อสงสัยเวลาฟังคำชี้ชวนจากคนขายกองทุน
  4. แพลนตัง — เน้นเรื่องการเงินส่วนบุคคล ภาษี ประกัน เกษียณ กลยุทธ์ กระแสเงินสด ยันบัตรท่องเที่ยว

ใครอยากดูผังเต็มๆ แบบกดเข้าเครื่องมือได้เลย เราทำเป็นผัง interactive ไว้ให้แล้ว 👉 ดูผังคลังเครื่องมือบนเว็บ

โดยเราใส่อิโมจิกำกับไว้

หวังว่าชีทหรือเครื่องมือการเงินในเว็บที่ผมทำ จะจุดประกายและทำให้หลายคนสนใจด้านการเงิน จะเป็นประโยชน์ด้านไหนก็ได้ ก็ดีใจแล้ว

ขอบคุณที่ติดตามเสมอมา ตั้งแต่วันแรกที่เรามีแค่ชีทเดียว

ยินดีเช่นกันที่เห็นทุกคนมีสุขภาพการเงินแข็งแรง เติบโตครับ 🙏

ขอบคุณทุกการสนับสนุนของท่าน

ผู้ที่สมัครสมาชิกให้กำลังใจ และ ซื้อเครื่องมือของเรา หรือซื้อของผ่านลิงก์ของเรา แค่กดลิงก์และซื้อของที่เคยปักไว้ในตะกร้าก่อนหน้า ช่วยให้เราพัฒนามีกำลังใจสร้างสรรค์เครื่องมือดีๆ แบบนี้ออกมาอีกต่อไปครับ! 💖

My Money Toolkit แหล่งรวมชีทและเครื่องมือการเงินที่มากที่สุด

☕️
👏
❤️
💸
🎉
❤️
👏
Sorranut K.
Paradorn
4Star
ทีม merefine
Fun manager
บาส
Ko
Thanon
phing
Lovegood
May pattama
Jcheetah
Prinya
Toon
ขอบคุณที่ทำเว็บดีๆ ให้คนไทยเข้าถึงฟรี
ฟีเจอร์เยอะมาก สวยด้วย
ช่วยจุดประกายในการปรับแก้ชีทของเราได้ดี
ออกแบบมาได้สวยงาม
น่ารักน่าใช้งานดีค่ะ
ชอบ feature DR มากๆ
การใช้งานง่ายแบบโอเคเลย
ขอบคุณที่ทำฟีเจอร์ดีๆ ออกมาให้ใช้งาน
ชอบประกัน ดูมีครบมากๆ และเห็นภาพ
รูปแบบที่ดูสวย และดูง่ายทุกๆ report
สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้
ชอบฟังก์ชั่นชีทของพี่นะคะ
เป็นเครื่องมือที่ตามหามานาน
ทำออกมาได้ดีครับ ยอดเยี่ยม
สร้างเครื่องมือดีๆ ให้คนไทยต่อไปนะครับ
ชอบที่มีการแยกฟีเจอร์เฉพาะตัวบุคคล
เป็นจุดแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ
พอเข้ามาในลิงก์ อึ้งเลย
ขอบคุณที่ทำออกมาให้ใช้นะคะ
ชอบเครื่องมือแบบ Permanent usage
ภาษี หนี้ รายรับรายจ่าย ทำได้ดีครับ
วางแผนการเงินส่วนบุคคล ตามหามานาน
เครื่องมือดีๆ ที่อยากให้คนไทยได้ใช้
เป็นกำลังใจให้ทำต่อไปครับ
ใช้งานง่าย เข้าใจได้เร็ว
Sheet ของพี่ดีมาก ใช้ปรับให้เข้ามือได้
สวยและใช้ง่าย ทุก report ดูง่าย
เห็นแล้วน่ารัก น่าใช้งานดีค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุนจากใจ

planner character
Planner
investor character
Investor
alpha character
Alpha
market-maker character
Market Maker

การสนับสนุนของคุณ ช่วยให้เครื่องมือดีๆ มีต่อไป

ร่วมเป็นสมาชิก →
ร่วมแบ่งปันเครื่องมือดีๆ
Share :
ต่ำกว่าราคาประเมิน
Condo 1Condo 2Condo 3Condo 4Condo 5Condo 6Condo 7Condo 8Condo 9Condo 10

Bangkok Horizon เพชรเกษม

฿1,490,000เจ้าของขายเอง

📍 ทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่ ใกล้ห้าง ใกล้ MRT
🏙️ ชั้น 14 วิวโปร่ง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ไม่ร้อน)
📏 ขนาด 30.66 ตร.ม. | 1 นอน 1 นั่งเล่น 1 ครัว 1 น้ำ

การลงทุน

หนังสือการลงทุนที่น่าสนใจ
หมวดอื่น
The Intelligent Investor

The Intelligent Investor

คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า

ซื้อเลย
The Millionaire's Top Secret

The Millionaire's Top Secret

ความลับสู่เงินล้านที่โรงเรียนไม่เคยสอน

ซื้อเลย
The Money Formula

The Money Formula

สมการแสนล้าน พลิกกระดานวอลสตรีท

ซื้อเลย
Floating Image