My Money Toolkit | เครื่องมือการเงินของฉัน

คู่มือเบื้องต้น Google sheet ที่ใครก็เอาไปใช้ได้ ตอนที่ 3 (ทำชีตให้เปิดมาแล้วรู้เรื่อง)

2 วันที่แล้ว - views
Share :

สามารถเข้าถึงเครื่องมือดีๆ ก่อนใครเพียงสมัครสมาชิกที่นี่

PromptPay
✨ NEWจ่ายผ่าน PromptPay ได้แล้ว!

ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต — สมัครด้วย QR ครั้งเดียวต่อรอบ

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Export/Import ข้อมูล (CSV & JSON) จัดการข้อมูลข้ามอุปกรณ์ ✅ จดโน้ตเหตุผลในแผนลดรายจ่ายได้

จัดการหนี้ (Debt Planner)

จัดการหนี้ (Debt Planner)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Auto-Save รายการหนี้ ✅ Export แผนชำระหนี้เป็น Excel (Snowball/Avalanche/Hybrid)

DR ไหน PRO

DR ไหน PRO

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิก Planner/Investor เข้าถึงฟีเจอร์พิเศษ

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

🥇 Investor

✅ Cloud save, Canvas 100 node, Export PNG 2x, Mermaid import/export

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิกรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม

เว็บ Plantung Flow (กระแสเงินสด)

เว็บ Plantung Flow (กระแสเงินสด)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิกรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม

ตอนที่ 3

ต่อจาก ตอนที่ 1 ที่ว่าด้วยวิธีใช้งาน และ ตอนที่ 2 ที่ว่าด้วยสูตร มาถึงตอนที่ 3 ครับ ตอนนี้จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย คือเรื่องที่มักเจอกันหลังทำชีตไปได้สักพัก สูตรก็ถูก ข้อมูลก็ครบ แต่พอเปิดมาเจอตัวเลขเต็มจอแล้วไม่รู้จะดูตรงไหน สุดท้ายก็ขี้เกียจเปิด ตอนนี้เลยจะรวมของที่ทำให้ชีตของเรา เปิดมาแล้วเข้าใจได้ใน 3 วินาที ไม่ต้องนั่งไล่อ่านเอง

สารบัญ

.
.
.

มาเริ่มกันนน

.
.
.

Part 1: ทำให้อ่านง่ายขึ้นก่อน

ก่อนจะไปถึงกราฟสวยๆ ขอเริ่มจากของที่พื้นฐานกว่านั้น คือทำให้ตารางที่มีอยู่อ่านง่ายขึ้นก่อน หลายอย่างในนี้ใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ช่วยได้เยอะกว่าที่คิดครับ

จัดตารางให้อ่านสบายตา

1. ตรึงแถว ไม่ให้หัวตารางหาย

อันนี้ควรทำเป็นอย่างแรกของทุกชีตเลย เพราะพอข้อมูลยาวเกินหน้าจอ เลื่อนลงไปแป๊บเดียวหัวตารางก็หายแล้ว ทีนี้ต้องมานั่งเดาว่าคอลัมน์ F คือช่องอะไร

ไปที่ มุมมอง (View) > ตรึง (Freeze) แล้วเลือกว่าจะตรึงกี่แถว ปกติเลือก 1 แถวก็พอ หรือถ้าหัวตารางมีสองชั้นก็เลือก 2 แถว วิธีที่เร็วกว่านั้นคือลากแถบสีเทาหนาๆ ที่อยู่ตรงมุมซ้ายบนลงมาโดยตรง

ตรึงคอลัมน์ก็ทำได้เหมือนกัน เหมาะกับตารางที่กว้างมาก เช่นตรึงคอลัมน์ชื่อรายการไว้ พอเลื่อนไปดูเดือนธันวาก็ยังรู้ว่าบรรทัดนี้คือค่าอะไร

2. แปลงเป็นตาราง (Convert to table)

ของใหม่ที่เพิ่งมีไม่นาน และเป็นตัวที่คุ้มที่สุดในบทความนี้ ถ้าจะเลือกทำอย่างเดียวเอาอันนี้ครับ

คลุมข้อมูลแล้วไปที่ รูปแบบ (Format) > แปลงเป็นตาราง (Convert to table) แค่นั้น สิ่งที่ได้กลับมาคือ

ข้อควรรู้นิดหน่อยคือชื่อตารางห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข และห้ามใช้อักขระพิเศษนอกจากขีดล่าง

3. ไล่เฉดสีตามค่า (Color scale)

ตอน 1 เราพูดถึงการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขแบบใส่เงื่อนไขเองไปแล้ว แต่ยังมีอีกแบบที่คนใช้น้อยกว่าทั้งที่ทำง่ายกว่า คือให้มันไล่เฉดสีตามค่ามากน้อยเอง

ไปที่ รูปแบบ > การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข แล้วสลับไปแท็บ ไล่ระดับสี (Color scale) เลือกคู่สีที่ชอบ จบ

เอาไปใช้กับตารางรายจ่ายแยกหมวดคูณ 12 เดือนนี่เห็นผลชัดมาก จากที่ต้องไล่อ่านตัวเลข 100 กว่าช่อง กลายเป็นกวาดตาผ่านทีเดียวก็รู้แล้วว่าช่องไหนเข้มผิดปกติ

ทริค: ถ้ามีค่าสุดโต่งอยู่ช่องเดียว เช่นเดือนที่ซื้อรถ สีของทั้งตารางจะจางหมดเพราะโดนค่านั้นดึงสเกลไป แก้ด้วยการตั้งค่าต่ำสุด-สูงสุดเองแทนการปล่อยให้มันคิดให้

4. ตัดข้อความขึ้นบรรทัดใหม่ (Wrap text)

ช่องที่มีข้อความยาวๆ จะล้นไปทับช่องข้างๆ หรือโดนตัดหายไปเลย แก้ด้วยการเลือกช่วงแล้วไปที่ รูปแบบ > การตัดข้อความ > ตัด ข้อความจะขึ้นบรรทัดใหม่ในช่องเดิมและแถวจะสูงขึ้นตามให้เอง เหมาะกับคอลัมน์หมายเหตุที่ชอบเขียนยาว

5. จัดกลุ่มแถว ย่อเก็บได้

พอชีตยาวมากๆ เช่นบันทึกรายจ่ายทั้งปี การเลื่อนหาเดือนที่ต้องการนี่ทรมานพอควร เราจัดกลุ่มแถวแล้วกดย่อเก็บไว้ได้ครับ

คลุมแถวที่อยากรวมเป็นกลุ่ม คลิกขวาแล้วเลือกจัดกลุ่มแถว จะมีเครื่องหมายบวกลบโผล่มาที่ขอบซ้าย กดทีเดียวย่อทั้งกลุ่ม ทำแบบนี้กับทุกเดือนแล้วย่อเก็บให้เหลือแต่เดือนที่กำลังดู ชีตจะดูโล่งขึ้นทันที

ทริคดูแลชีตไม่ให้พัง

6. Paste special วางค่าแบบเลือกได้

หลายคนรู้จักแค่ Ctrl+V แต่จริงๆ การวางมีหลายโหมด

ทริค: ถ้ามีข้อมูลเรียงแนวตั้งแล้วอยากได้แนวนอน ให้คัดลอกแล้ววางแบบพิเศษ เลือกสลับแนว หรือถ้าอยากให้อัปเดตตามต้นทางด้วยก็ใช้สูตร =TRANSPOSE(A1:A10) แทน

7. Named Range ตั้งชื่อให้ช่วงข้อมูล

แทนที่จะต้องเขียน 'รายจ่าย'!A2:D500 ซ้ำในทุกสูตรจนตาลาย ตั้งชื่อครั้งเดียวแล้วเรียกใช้ด้วยชื่อได้เลย คลุมช่วงที่ต้องการ ไปที่ ข้อมูล (Data) > Named ranges แล้วตั้งชื่อ เช่น ข้อมูลรายจ่าย

=SUMIF(ข้อมูลรายจ่าย, "อาหาร")
=QUERY(ข้อมูลรายจ่าย, "select * where B='อาหาร'", 1)

ทริค: ชื่อที่ตั้งจะติดไปกับไฟล์ ย้ายแถวย้ายคอลัมน์ยังไงสูตรก็ไม่พัง เหมาะมากกับชีตที่มีหลายแผ่นอ้างอิงกันไปมา (ถ้าใช้ Convert to table จากข้อ 2 อยู่แล้ว จะได้ผลคล้ายกันเพราะอ้างด้วยชื่อคอลัมน์ได้เลย)

8. Data cleanup ทำความสะอาดข้อมูล

ไปที่ ข้อมูล > Data cleanup มันจะช่วยลบช่องว่างหัวท้าย ลบแถวซ้ำ และชี้จุดที่น่าจะพิมพ์ผิดให้

ทริค: ก่อนทำ Pivot, QUERY หรือ SUMIF ทุกครั้ง แนะนำให้ทำอันนี้ก่อน เพราะ "อาหาร " ที่มีช่องว่างต่อท้าย กับ "อาหาร" เฉยๆ ชีตมองว่าคนละตัวกัน แล้วยอดจะเพี้ยนแบบหาสาเหตุไม่เจอ เสียเวลาไล่หากันเป็นชั่วโมงเลยครับ

9. ประวัติเวอร์ชัน ย้อนเวลากลับไปได้

กด Ctrl+Alt+Shift+H หรือไปที่ ไฟล์ > ประวัติเวอร์ชัน จะเห็นทุกการเปลี่ยนแปลงที่เคยทำ และกดกู้คืนกลับไปได้

ทริค: ก่อนจะแก้อะไรใหญ่ๆ เช่นก่อนลบคอลัมน์หรือรื้อโครงชีต ให้ตั้งชื่อเวอร์ชันไว้ก่อน เวลาพังขึ้นมาจะหาจุดที่จะกลับไปได้ง่ายกว่าการไล่ดูตามเวลาเยอะ

Part 2: Checkbox กับ dropdown ชีตที่กดใช้ได้

พอตารางอ่านง่ายแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้มันกดใช้ได้ ไม่ใช่มีไว้กรอกอย่างเดียว

ตอนแรกที่เราใช้ Checkbox ก็คิดว่ามันคือช่องติ๊กถูกสวยๆ เฉยๆ จนมารู้ทีหลังว่าจริงๆ มันคือค่า TRUE/FALSE ที่เอาไปผูกกับสูตรได้ทั้งหมด พอเข้าใจตรงนี้แล้วมันเปิดโลกเลยครับ

วิธีใส่ก็แค่เลือกช่วงที่ต้องการ แล้วไปที่ แทรก (Insert) > ช่องทำเครื่องหมาย (Checkbox) จะได้ช่องสี่เหลี่ยมที่คลิกสลับไปมาได้ ติ๊กแล้วมีค่าเป็น TRUE ไม่ติ๊กเป็น FALSE

ทริค 1: ใช้เป็นสวิตช์เปิด-ปิดการคำนวณ

สมมติทำรายการค่าใช้จ่ายไว้ แล้วอยากเลือกได้ว่าจะนับรายการไหนบ้าง

// Checkbox อยู่คอลัมน์ A / จำนวนเงินอยู่คอลัมน์ B
=SUMIF(A2:A, TRUE, B2:B)

ติ๊กช่องไหนยอดก็รวมช่องนั้น เอาออกยอดก็หายไป เหมาะกับเวลาลองคิดว่า "ถ้าเดือนนี้ตัดรายการนี้ออกจะเหลือเท่าไหร่"

ทริค 2: จับคู่กับ Conditional Formatting ให้ขีดฆ่าเมื่อทำเสร็จ

อันนี้ทำ to-do list ได้สวยมาก

  1. เลือกช่วงข้อความ เช่น B2:B100
  2. ไปที่ รูปแบบ > การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข
  3. เลือกเงื่อนไขแบบ "สูตรที่กำหนดเอง" แล้วใส่ =$A2=TRUE
  4. ตั้งรูปแบบเป็นตัวอักษรขีดฆ่า และเปลี่ยนสีเป็นสีเทา

พอคลิก checkbox ข้อความข้างๆ จะขีดฆ่าและจางลงเองอัตโนมัติ ได้ฟีลติ๊กงานเสร็จแบบในแอป to-do เลย

ทริค 3: จับคู่กับ IF แสดงสถานะ

=IF(A2=TRUE, "เสร็จแล้ว", "รอดำเนินการ")

ทริค 4: จับคู่กับ COUNTIF นับความคืบหน้า

// นับจำนวนที่เช็คแล้ว
=COUNTIF(A2:A, TRUE)

// คิดเป็น % ความคืบหน้า
=COUNTIF(A2:A20, TRUE) / COUNTA(A2:A20) * 100

// แสดงเป็นข้อความ เช่น "3 / 10 รายการ"
=COUNTIF(A2:A20, TRUE) & " / " & COUNTA(A2:A20) & " รายการ"

สูตรสุดท้ายที่มีเครื่องหมาย & คือการเอาข้อความมาต่อกัน ใส่ไปก่อนได้เลยครับ เดี๋ยวเรื่องต่อข้อความจะเล่าละเอียดในตอนหน้า

ทริค 5: จับคู่กับ SPARKLINE ทำ progress bar

=SPARKLINE(
  {COUNTIF(A2:A20, TRUE), COUNTIF(A2:A20, FALSE)},
  {"charttype","bar"; "color1","#4CAF50"; "color2","#E0E0E0"; "max",COUNTA(A2:A20)}
)

จะได้แถบสีเขียวกับเทาที่ขยับตามจำนวนช่องที่ติ๊ก ใส่ไว้หัวชีตเป็นตัววัดความคืบหน้าได้เลย เห็นแถบเขียวยาวขึ้นทีละนิดแล้วมันมีแรงฮึดจริงๆ นะครับ

ทริค 6: เปลี่ยนค่าของ Checkbox เอง

ปกติ checkbox ให้ค่า TRUE/FALSE แต่เปลี่ยนเป็นข้อความที่อยากได้ก็ได้ โดยเลือกช่องที่มี checkbox ไปที่ ข้อมูล > Data validation > Checkbox แล้วติ๊ก "ใช้ค่าเซลล์ที่กำหนดเอง" จากนั้นใส่ค่าที่อยากได้ เช่นติ๊กแล้วเป็น ผ่าน ไม่ติ๊กเป็น ไม่ผ่าน

ระวังตรงนี้ให้ดีครับ พอตั้งค่าเองแล้ว สูตรที่เขียนไว้ก่อนหน้าที่เช็ค TRUE ทั้งหมดจะพังทันที เพราะช่องนั้นไม่ได้เก็บค่า TRUE อีกต่อไปแล้ว ต้องไล่แก้เป็น =SUMIF(A2:A, "ผ่าน", B2:B) ให้หมด ถ้าไม่ได้จำเป็นจริงๆ ใช้ TRUE/FALSE แบบเดิมสบายใจกว่า

ทริค 7: dropdown ที่เพิ่มตัวเลือกให้เอง

อีกตัวที่ทำให้ชีตกดใช้ได้คือ dropdown ครับ แต่ปัญหาคือพอมีหมวดใหม่ ต้องไปนั่งแก้รายการตัวเลือกทุกที ทางที่สบายกว่าคือให้มันดึงหมวดจากข้อมูลจริงมาเอง

=SORT(UNIQUE(B2:B))        // ดึงหมวดที่ไม่ซ้ำในคอลัมน์ B แล้วเรียง ก-ฮ

เอาสูตรนี้ไปวางไว้ในชีตตั้งค่าสักมุมหนึ่ง แล้วตอนตั้ง Data validation ให้ชี้ช่วงตัวเลือกมาที่ผลของสูตรนี้ ทีนี้พอมีหมวดใหม่โผล่ในข้อมูลดิบ ตัวเลือกใน dropdown ก็จะขึ้นมาให้เองโดยไม่ต้องแตะอะไรอีก

เอาไปใช้จริงได้ยังไง

ที่เราชอบใช้ที่สุดคือทำ checklist สุขภาพการเงิน ตั้งรายการไว้เป็นข้อๆ เช่นมีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือนแล้วหรือยัง มีประกันสุขภาพหรือยัง หนี้บัตรเครดิตเคลียร์หมดไหม มีแผนลงทุนระยะยาวหรือยัง แล้วใส่ checkbox ไว้หน้าแต่ละข้อ

จากนั้นเอาทริค 2, 4, 5 มาผสมกัน ติ๊กข้อไหนข้อความก็ขีดฆ่า แล้วมีแถบความคืบหน้ากับตัวเลข % โชว์อยู่ข้างบน กลายเป็นหน้าเดียวที่เห็นภาพรวมสุขภาพการเงินตัวเองครบ ใครสนใจแบบเต็มๆ เรามีชีต เช็คสุขภาพการเงิน ฉบับมีกราฟ ให้ก๊อปไปใช้ได้เลยครับ

Part 3: ทำให้เห็นเป็นภาพ

มาถึงส่วนที่เปลี่ยนชีตจากตารางตัวเลขที่ขี้เกียจอ่าน ให้เป็นภาพที่เข้าใจได้ในไม่กี่วินาที ตอน 1 เราพูดถึงกราฟไปคร่าวๆ แล้ว ตอนนี้จะลงรายละเอียดกว่านั้น

วิธีสร้าง ก็ตรงไปตรงมา คลุมข้อมูลที่ต้องการโดยรวมหัวตารางไปด้วย แล้วไปที่ แทรก (Insert) > แผนภูมิ (Chart) Google Sheet จะเดากราฟให้อัตโนมัติก่อน แล้วเราค่อยไปปรับที่แผงตัวแก้ไขแผนภูมิด้านขวา

เลือกกราฟให้ตรงกับข้อมูล

เรื่องนี้สำคัญกว่าความสวยอีกครับ เลือกผิดประเภทต่อให้แต่งสวยแค่ไหนคนอ่านก็ยังงง

ทริคทำกราฟให้สวยขึ้น

ทริค 1: ใช้สีที่สื่อความหมาย

อย่าปล่อยให้ชีตสุ่มสีให้ เพราะสีมันเล่าเรื่องได้ ที่เราใช้ประจำคือเขียวแทนกำไรหรือรายรับ แดงแทนขาดทุนหรือรายจ่าย ส่วนเทาเอาไว้แทนค่าเฉลี่ยหรือเส้นอ้างอิงที่ไม่อยากให้เด่นแข่งกับข้อมูลจริง ดับเบิลคลิกที่ series ในกราฟก็เปลี่ยนสีได้เลย

ทริค 2: เพิ่มเส้นอ้างอิง

กราฟที่มีเส้นเป้าหมายพาดอยู่ มันบอกได้ทันทีว่าเราอยู่เหนือหรือใต้เป้า ดับเบิลคลิกที่กราฟ ไปแท็บ ปรับแต่ง (Customize) เลือก Series แล้วเปิดเส้นแนวโน้ม (Trendline) หรือจะเพิ่มอีก series เป็นค่าคงที่ให้กลายเป็นเส้นเป้าหมายก็ได้

ทริค 3: เปิด Data label ให้เห็นตัวเลขบนกราฟ

ดับเบิลคลิกกราฟ ไปแท็บ ปรับแต่ง แล้วไปที่ Series > Data labels เปิดขึ้นมา เลือกได้ว่าจะวางตำแหน่งไหนและแสดงเป็นค่าจริงหรือเป็น % คนอ่านจะได้ไม่ต้องเดาว่าแท่งนี้เท่าไหร่

ทริค 4: Combo chart ผสมเส้นกับแท่ง

เหมาะกับข้อมูลที่หน่วยต่างกัน เช่นรายจ่ายเป็นบาท กับ % ของงบ

  1. สร้างกราฟแท่งก่อน
  2. ไปที่ Customize > Series เลือก series ที่อยากเปลี่ยน
  3. เปลี่ยน Type เป็น Line
  4. ติ๊ก "แกนทางขวา" (Right axis) ให้ series ที่หน่วยไม่เหมือนกัน ไม่งั้นเส้น % จะแบนติดพื้นเพราะไปใช้สเกลเดียวกับหลักหมื่นหลักแสน

ทริค 5: Donut chart

ส่วนตัวชอบกว่า Pie ธรรมดา เพราะตรงกลางที่เป็นรูใส่ตัวเลขยอดรวมได้ ทำได้โดยสร้าง Pie chart ก่อน แล้วไปที่ Customize > Pie chart เปิด Donut hole แล้วปรับขนาดรู จากนั้นวาง text box ใส่ยอดรวมไว้ตรงกลาง

ทริค: ถ้าข้อมูลมีหมวดย่อยเล็กๆ เต็มไปหมด ลองรวมพวกที่ต่ำกว่า 5% เข้าเป็น "อื่นๆ" ก้อนเดียวก่อนทำกราฟ จะอ่านง่ายกว่ากันเยอะเลย

กราฟที่ขยายตามข้อมูลใหม่เอง

ปัญหาคลาสสิกที่เจอกันทุกคนคือ ทำกราฟไว้สวยงาม พอเพิ่มข้อมูลแถวใหม่แล้วกราฟไม่ขยับตาม

วิธีแก้ง่ายสุดคือตอนเลือกช่วงข้อมูลให้กราฟ ให้เลือกทั้งคอลัมน์ไปเลย เช่น A:B แทนการระบุช่วงตายตัวอย่าง A1:B50 เพิ่มข้อมูลใหม่กราฟก็จะรวมให้เอง

อีกวิธีที่เนียนกว่าคือใช้ ARRAYFORMULA หรือ QUERY จาก ตอนที่ 2 สร้างตารางสรุปไว้อีกชีตหนึ่ง แล้วผูกกราฟกับชีตสรุปนั้นแทน ทีนี้เพิ่มข้อมูลดิบเข้าไปเท่าไหร่ ทั้งตารางสรุปและกราฟก็อัปเดตตามให้หมด ไม่ต้องแตะอะไรอีกเลย

Slicer ตัวกรองที่กดแล้วทั้งหน้าเปลี่ยนตาม

อันนี้แหละที่ทำให้ชีตกลายเป็น dashboard จริงๆ ครับ

Slicer หรือตัวแบ่งส่วนข้อมูล คือปุ่มกรองที่ลอยอยู่บนชีต กดเลือกเดือน กราฟทั้งหน้าก็เปลี่ยนตามทันที ไม่ต้องไปแก้สูตรหรือแก้ช่วงข้อมูลอะไรเลย

วิธีทำคือคลิกที่กราฟหรือ Pivot ที่ต้องการก่อน แล้วไปที่ ข้อมูล (Data) > เพิ่มตัวแบ่งส่วนข้อมูล (Add a slicer) จากนั้นเลือกที่แผงด้านขวาว่าจะให้กรองด้วยคอลัมน์ไหน อยากกรองหลายคอลัมน์ก็เพิ่มหลายอันได้ แต่หนึ่งอันต่อหนึ่งคอลัมน์

ข้อจำกัดที่ต้องรู้: slicer มีผลกับกราฟและ Pivot เท่านั้น ไม่มีผลกับสูตรที่เขียนไว้ในชีต ถ้าหน้า dashboard มีทั้งกราฟและช่องสรุปที่เขียนด้วย SUMIF ไว้ ช่องสรุปพวกนั้นจะไม่เปลี่ยนตามการกด slicer นะครับ ต้องไปใช้ QUERY หรือ SUMIFS ที่อ้างเงื่อนไขจากช่องที่เราเลือกเองแทน

อีกอย่างที่มีประโยชน์คือค่าที่เรากรองไว้จะเห็นอยู่คนเดียว คนอื่นที่เปิดไฟล์เดียวกันจะไม่โดนด้วย ถ้าอยากให้ทุกคนเห็นแบบเดียวกันให้กดที่จุดสามจุดบน slicer แล้วเลือกตั้งค่าตัวกรองปัจจุบันเป็นค่าเริ่มต้น

Sparkline กราฟจิ๋วในช่องเดียว

บางทีเราไม่ได้อยากได้กราฟใหญ่เต็มหน้า แค่อยากเห็นแนวโน้มเล็กๆ ต่อท้ายแต่ละแถวเฉยๆ เช่นตารางพอร์ตที่มีแนวโน้ม 12 เดือนย้อนหลังต่อท้ายชื่อหุ้นแต่ละตัว

// เส้นแนวโน้ม
=SPARKLINE(B2:M2)

// แท่งเทียบรายเดือน ค่าติดลบเปลี่ยนเป็นสีแดงให้เอง
=SPARKLINE(B2:M2, {"charttype","column"; "color","#2196F3"; "negcolor","#F44336"})

// แท่งแนวนอน เอาไว้ทำ progress bar เหมือนใน Part 2
=SPARKLINE({B2, C2-B2}, {"charttype","bar"; "color1","#4CAF50"; "color2","#EEEEEE"})

// วงกลมเล็กๆ ในช่องเดียว
=SPARKLINE({70,30}, {"charttype","pie"; "color1","#4CAF50"; "color2","#E0E0E0"})

ของเล็กๆ อีกสองอย่างที่ทำให้หน้าสรุปดูดี

SORTN ดึงมาเฉพาะ 5 อันดับแรก

หน้า dashboard ที่ดีไม่ควรโชว์ทุกแถว ควรโชว์เฉพาะที่ต้องรู้ เช่น 5 รายการที่จ่ายหนักที่สุดของเดือนนี้

=SORTN(A2:B, 5, 0, 2, FALSE)

อ่านว่าเอาข้อมูลจากช่วง A2:B มา 5 แถว โดยเรียงตามคอลัมน์ที่ 2 จากมากไปน้อย (FALSE คือมากไปน้อย) พอข้อมูลเปลี่ยน 5 อันดับก็สลับให้เองอัตโนมัติ

IMAGE ใส่รูปในช่อง

อันนี้หลายคนไม่รู้ว่าทำได้ ใส่รูปเข้าไปในช่องได้เลยโดยใช้ลิงก์รูป

=IMAGE("ลิงก์รูป")        // ย่อให้พอดีช่องโดยรักษาสัดส่วน
=IMAGE("ลิงก์รูป", 3)     // ขนาดจริงของรูป

เอาไปใส่โลโก้บริษัทข้างชื่อหุ้นในพอร์ต หรือใส่ QR พร้อมเพย์ไว้ในชีตหารตังก็ได้ ข้อแม้เดียวคือลิงก์รูปต้องเป็นลิงก์สาธารณะที่เปิดดูได้

รวมร่างเป็น dashboard หน้าเดียว

ของในตอนนี้แยกกันดูเล็กมาก แต่พอเอามาต่อกันจะกลายเป็นหน้าสรุปที่เปิดมาแล้วรู้เรื่องทันที ลองนึกภาพชีตติดตามการเงินสักไฟล์

ทั้งหมดนี้ไม่มีสูตรยากเลยสักตัว เป็นแค่ของที่ประกอบกันถูกที่เท่านั้นเอง

จำไม่หมดไม่เป็นไรครับ ติดตรงไหนกลับมาเปิดดูได้เสมอ หรือจะโยนให้ AI ช่วยก็ได้ ขอแค่เรารู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง ที่เหลือค่อยๆ เล่นไป

ตอนหน้าจะเป็นเรื่องการจัดการข้อความ ทั้งการต่อคำให้ตัวเลขออกมาสวย และการดึงข้อมูลออกจากข้อความยาวๆ ซึ่งเอาไปทำหัวชีตที่สรุปสถานะตัวเองเป็นประโยคได้เลย

มีอะไรอยากให้ทำเรื่องไหนเพิ่ม บอกกันมาได้เลยนะครับ

และใครที่อยากติดตามเรื่องราวดีๆ เครื่องมือที่จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ติดตามเราได้ไว้เลย
ฝากเพจ My Money Toolkit ไว้ด้วยนะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณจากใจจริงๆ เลยนะครับ 🙏

บทความ + ชีตตัวอย่าง + เครื่องมือทั้งหมดในเว็บนี้ เราตั้งใจทำให้ใช้ฟรีกันได้เลย เพราะอยากให้ทุกคนเริ่มจัดการเงินตัวเองได้ง่ายขึ้นจริงๆ

ถ้าบทความนี้พอมีประโยชน์ อยากชวนมา สมัครสมาชิก เป็นกำลังใจ เริ่มแค่ ฿60/เดือน ให้เรามีแรงทำของดีๆ ฟรีๆ ทำคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ต่อไปได้อีกยาวๆ

สมาชิกยังได้ของติดมือกลับไปด้วยนะ — ไม่มีโฆษณากวนใจ, เนื้อหา & เครื่องมือพิเศษเฉพาะสมาชิก, ส่วนลดเครื่องมือตลอดชีพ และอื่นๆ อีกเพียบ

💖 ดูแพ็กสมาชิก / สมัครเลย

ขอบคุณทุกการสนับสนุนของท่าน

ผู้ที่สมัครสมาชิกให้กำลังใจ และ ซื้อเครื่องมือของเรา หรือซื้อของผ่านลิงก์ของเรา แค่กดลิงก์และซื้อของที่เคยปักไว้ในตะกร้าก่อนหน้า ช่วยให้เราพัฒนามีกำลังใจสร้างสรรค์เครื่องมือดีๆ แบบนี้ออกมาอีกต่อไปครับ! 💖

My Money Toolkit แหล่งรวมชีทและเครื่องมือการเงินที่มากที่สุด

☕️
👏
❤️
💸
🎉
❤️
👏
Sorranut K.
Paradorn
4Star
ทีม merefine
Fun manager
บาส
Ko
Thanon
phing
Lovegood
May pattama
Jcheetah
Prinya
Toon
ขอบคุณที่ทำเว็บดีๆ ให้คนไทยเข้าถึงฟรี
ฟีเจอร์เยอะมาก สวยด้วย
ช่วยจุดประกายในการปรับแก้ชีทของเราได้ดี
ออกแบบมาได้สวยงาม
น่ารักน่าใช้งานดีค่ะ
ชอบ feature DR มากๆ
การใช้งานง่ายแบบโอเคเลย
ขอบคุณที่ทำฟีเจอร์ดีๆ ออกมาให้ใช้งาน
ชอบประกัน ดูมีครบมากๆ และเห็นภาพ
รูปแบบที่ดูสวย และดูง่ายทุกๆ report
สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้
ชอบฟังก์ชั่นชีทของพี่นะคะ
เป็นเครื่องมือที่ตามหามานาน
ทำออกมาได้ดีครับ ยอดเยี่ยม
สร้างเครื่องมือดีๆ ให้คนไทยต่อไปนะครับ
ชอบที่มีการแยกฟีเจอร์เฉพาะตัวบุคคล
เป็นจุดแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ
พอเข้ามาในลิงก์ อึ้งเลย
ขอบคุณที่ทำออกมาให้ใช้นะคะ
ชอบเครื่องมือแบบ Permanent usage
ภาษี หนี้ รายรับรายจ่าย ทำได้ดีครับ
วางแผนการเงินส่วนบุคคล ตามหามานาน
เครื่องมือดีๆ ที่อยากให้คนไทยได้ใช้
เป็นกำลังใจให้ทำต่อไปครับ
ใช้งานง่าย เข้าใจได้เร็ว
Sheet ของพี่ดีมาก ใช้ปรับให้เข้ามือได้
สวยและใช้ง่าย ทุก report ดูง่าย
เห็นแล้วน่ารัก น่าใช้งานดีค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุนจากใจ

planner character
Planner
investor character
Investor
alpha character
Alpha
market-maker character
Market Maker

การสนับสนุนของคุณ ช่วยให้เครื่องมือดีๆ มีต่อไป

ร่วมเป็นสมาชิก →
ร่วมแบ่งปันเครื่องมือดีๆ
Share :

การลงทุน

หนังสือการลงทุนที่น่าสนใจ
หมวดอื่น
The Intelligent Investor

The Intelligent Investor

คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า

ซื้อเลย
The Millionaire's Top Secret

The Millionaire's Top Secret

ความลับสู่เงินล้านที่โรงเรียนไม่เคยสอน

ซื้อเลย
The Money Formula

The Money Formula

สมการแสนล้าน พลิกกระดานวอลสตรีท

ซื้อเลย
Floating Image