My Money Toolkit | เครื่องมือการเงินของฉัน

คู่มือเบื้องต้น Google sheet ที่ใครก็เอาไปใช้ได้ ตอนที่ 2 (รวมสูตรที่ใช้จริง)

3 วันที่แล้ว - views
Share :
ใช้งานเลย

สามารถเข้าถึงเครื่องมือดีๆ ก่อนใครเพียงสมัครสมาชิกที่นี่

PromptPay
✨ NEWจ่ายผ่าน PromptPay ได้แล้ว!

ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต — สมัครด้วย QR ครั้งเดียวต่อรอบ

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

แพลนตัง PAY (จัดการรายจ่าย)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Export/Import ข้อมูล (CSV & JSON) จัดการข้อมูลข้ามอุปกรณ์ ✅ จดโน้ตเหตุผลในแผนลดรายจ่ายได้

จัดการหนี้ (Debt Planner)

จัดการหนี้ (Debt Planner)

🥇 Investor🥈 Planner

✅ Auto-Save รายการหนี้ ✅ Export แผนชำระหนี้เป็น Excel (Snowball/Avalanche/Hybrid)

DR ไหน PRO

DR ไหน PRO

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิก Planner/Investor เข้าถึงฟีเจอร์พิเศษ

Life Code วางแผนชีวิต

Life Code วางแผนชีวิต

🥇 Investor

✅ ฟีเจอร์พิเศษสำหรับสมาชิก Investor (Coming Soon)

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

แพลนตัง Strategy PRO (Canvas)

🥇 Investor

✅ Cloud save, Canvas 100 node, Export PNG 2x, Mermaid import/export

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

เว็บแพลนตังวางแผนเกษียณ

🥇 Investor🥈 Planner

✅ สมาชิกรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม

ตอนที่ 2

ต่อจาก ตอนที่ 1 ที่เราพูดถึง วิธีการใช้งาน กันไปแล้ว ตอนนี้เราจะมาลงลึกที่ สูตร (Formula) ที่หยิบไปใช้ได้จริงกันบ้าง โดยจะเน้นสูตรที่สายการเงิน-การลงทุนได้ใช้บ่อยๆ ไม่ต้องจำหมดก็ได้ครับ ติดตรงไหนค่อยกลับมาเปิดดูทีหลังได้เลย แค่เข้าใจ และถาม AI ก็ใช้เป็นแล้ว เอาไว้ตรวจสูตรปรับให้้เข้ามือ และหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ครับ

เรามีชีตตัวอย่างที่รวมสูตรในบทความนี้ เปิดชีตตัวอย่างได้ปุ่มเขียวใช้งาน แล้วกดทำสำเนา (Make a copy) เพื่อเอาไปลองทำความเข้าใจของตัวเอง

สารบัญ

.
.
.

มาเริ่มกันนน

.
.
.

Part 1: ถ้า…ให้…

1. IF — ถ้าเงื่อนไขจริง ทำอย่างนึง ไม่จริงทำอีกอย่าง
รูปแบบคือ
IF(เงื่อนไข, ถ้าจริง, ถ้าไม่จริง)
เหมาะกับการติดป้ายข้อมูล เช่น กำไรหรือขาดทุน

=IF(B2>0, "กำไร", "ขาดทุน")
=IF(C2>=100000, "ถึงเป้า", "ยังไม่ถึง")

ทริคยอดฮิต:
IF + NOT(ISBLANK()) คำนวณเฉพาะแถวที่กรอกข้อมูลแล้ว
ปัญหาคลาสสิกคือลากสูตรเผื่อไว้ทั้งคอลัมน์ แล้วแถวที่ยังไม่กรอกขึ้นเลข 0 หรือ error เต็มไปหมด แก้ด้วยการเช็คก่อนว่าช่องนั้น "ไม่ว่าง" ค่อยคำนวณ

=IF(NOT(ISBLANK(B2)), B2*C2, "")

อ่านว่า "ถ้า B2 ไม่ว่าง ให้คำนวณ B2×C2 ไม่งั้นปล่อยว่าง" — ตารางจะสะอาด ไม่มี 0 รกตา (จะเขียนสั้นๆ ว่า =IF(B2<>"", B2*C2, "") ก็ได้ความหมายเดียวกัน)

2. IFS — เงื่อนไขหลายชั้น (ไม่ต้องซ้อน IF)
แทนที่จะเขียน IF ซ้อน IF จนตาลาย ใช้ IFS อ่านง่ายกว่า
ทริค: TRUE ตัวสุดท้ายคือ “กรณีอื่นๆ ที่เหลือ” เอาไว้เป็น default

=IFS(A2>=80,"A", A2>=70,"B", A2>=60,"C", TRUE,"ตก")

3. IFERROR — กันสูตรพังเป็น #ERROR
เวลาสูตรหารด้วยศูนย์ หรือหาค่าไม่เจอ มันจะขึ้น error น่าเกลียด ใช้ IFERROR ครอบไว้ให้แสดงค่าที่เราอยากได้แทน

=IFERROR(A2/B2, 0)
=IFERROR(VLOOKUP(...), "ไม่พบข้อมูล")

ตัวอย่าง IF / IFS / IFERROR ในชีตจริง — ลองเปลี่ยนช่องสีเหลืองแล้วผลเปลี่ยนตาม

Part 2: สูตรค้นหา/ดึงข้อมูล (ใช้บ่อยสุด)

4. VLOOKUP — ค้นหาตามแนวตั้ง (ใช้บ่อยที่สุดตัวนึง)
นี่คือสูตรที่คนทำชีตการเงินใช้กันแทบทุกไฟล์ หน้าที่ของมันคือ เอาค่าตัวนึงไปหาในตารางอื่น แล้วดึงข้อมูลที่อยู่แถวเดียวกันกลับมา เช่น มีรหัสหุ้น อยากได้ชื่อบริษัท หรือมีรหัสสินค้า อยากได้ราคา

รูปแบบเต็มมี 4 ช่อง:

=VLOOKUP(ค่าที่หา, ช่วงตาราง, คอลัมน์ที่จะเอา, [ยอมให้คลาดเคลื่อนไหม?])

ตัวอย่าง สมมติมีชีตชื่อ ฐานข้อมูล เก็บ รหัส(A) / ชื่อ(B) / ชื่อบริษัท(C) / ราคา(D)

=VLOOKUP(A2, 'ฐานข้อมูล'!A:D, 3, FALSE)   // เอาชื่อบริษัท (คอลัมน์ที่ 3 ของช่วง)

กฎเหล็กที่คนพลาดบ่อย:

  1. ใส่ FALSE (หรือ 0) ท้ายสุดเสมอ ไม่งั้นค่าจะเพี้ยนแบบหาสาเหตุไม่เจอ
  2. VLOOKUP หาได้แค่ทาง "ขวา" ของคอลัมน์ที่หาเท่านั้น ถ้าอยากดึงค่าทางซ้ายให้ใช้ XLOOKUP หรือ INDEX+MATCH (ข้อ 5–6) แทน
  3. อย่าลืม! ล็อกช่วงตารางด้วย $ (เช่น $A:$D) ก่อนลากสูตร ไม่งั้นช่วงจะเลื่อนตาม

เคล็ดลับใช้คู่ IFERROR กันค่าที่หาไม่เจอขึ้น #N/A:

=IFERROR(VLOOKUP(A2, 'ฐานข้อมูล'!$A:$D, 3, FALSE), "ไม่พบรหัสนี้")

VLOOKUP / XLOOKUP / INDEX+MATCH / IFERROR — เปลี่ยนรหัสในช่องเหลือง ทุกสูตรอัปเดตพร้อมกัน
ลองเปลี่ยนรหัสในช่องสีเหลือง (B9) จะเห็น VLOOKUP, XLOOKUP, INDEX+MATCH ทำงานเทียบกันในจอเดียว

5. XLOOKUP — รุ่นอัปเกรดของ VLOOKUP
ยืดหยุ่นกว่า หาได้ทั้งซ้ายขวา และใส่ค่า “ถ้าไม่เจอ” ได้ในตัว
รูปแบบ XLOOKUP(ค่าที่หา, ช่วงที่หา, ช่วงที่เอาผล, "ถ้าไม่เจอ")

=XLOOKUP(A2, 'ฐานข้อมูล'!A:A, 'ฐานข้อมูล'!C:C, "ไม่พบ")

6. INDEX + MATCH — ค้นหาแบบยืดหยุ่นสุด
คลาสสิกที่ทำได้ทุกทิศทาง MATCH หาว่าอยู่แถวไหน แล้ว INDEX ดึงค่าออกมา เขียนเยอะหน่อยอาจจะเข้าใจยาก ใช้มาก sheet จะช้า

=INDEX(C:C, MATCH(A2, A:A, 0))

Part 3: สูตรนับ/รวมแบบมีเงื่อนไข (ใช้บ่อยพวกรวมเงิน รวม port)

สามสูตรในพาร์ทนี้ทำงานคล้ายกัน คือ ดูเงื่อนไขก่อน แล้วค่อย รวม/นับ/เฉลี่ย เฉพาะแถวที่เข้าเงื่อนไข

7. SUMIF / SUMIFS — รวมเฉพาะที่เข้าเงื่อนไข
เช่น อยากรวมยอดเฉพาะหมวด "อาหาร" หรือเฉพาะเดือนนี้

=SUMIF(B:B, "อาหาร", C:C)
=SUMIFS(C:C, B:B, "อาหาร", A:A, ">="&DATE(2026,2,1))

8. COUNTIF / COUNTIFS — นับแบบมีเงื่อนไข
เหมือน SUMIF แต่เปลี่ยนจาก "รวมเงิน" เป็น "นับจำนวนแถว"

=COUNTIF(B:B, "อาหาร")
=COUNTIFS(B:B, "อาหาร", C:C, ">100")

9. AVERAGEIF — เฉลี่ยเฉพาะที่เข้าเงื่อนไข

=AVERAGEIF(B:B, "อาหาร", C:C)

ตัวอย่างจริง — ชีตบันทึกรายรับรายจ่าย (ข้อมูลดิบ) แล้วสรุปอัตโนมัติด้วยสูตรกลุ่มนี้:

ข้อมูลดิบรายรับรายจ่าย พร้อม dropdown และสีแยกรับ/จ่าย

สรุปด้วย SUMIF, COUNTIF, COUNTIFS, AVERAGEIF, SUMIFS, IF — แต่ละช่องเห็นสูตรกำกับ

Part 4: สูตรที่ใช้เป็นแล้วชีวิตจะดี

10. ARRAYFORMULA — ไม่ต้องลากสูตรทุกแถว

สูตรคนขี้เกียจลาก (ทำช่องเดียวทั้งคอลัมน์)
แนะนำกันพลาดลืมลากสูตร!!
ใส่สูตรครั้งเดียวที่หัว แล้วมันคำนวณให้ทั้งคอลัมน์เอง เวลาเพิ่มข้อมูลใหม่ก็ไม่ต้องลากซ้ำ

=ARRAYFORMULA(IF(A2:A="", "", B2:B*C2:C))

จุดสำคัญคือ พอครอบด้วย ARRAYFORMULA เราจะอ้างถึง ทั้งช่วง (A2:A, B2:B, C2:C) แทนที่จะเป็นช่องเดียว (A2, B2, C2) แล้วสูตรจะไล่คำนวณให้ทุกแถวเองทีละแถว อ่านสูตรนี้ทีละท่อนได้ว่า:

พิมพ์ครั้งเดียวที่ช่อง D2 ช่องเดียว ที่เหลือ D3, D4, D5... มันเติมให้เองหมด เพิ่มข้อมูลแถวใหม่กี่แถวก็ไหลตามทันที ไม่ต้องลากสูตรซ้ำ

หมายเหตุ: ช่องด้านล่าง (D3 ลงไป) ต้องว่างพอให้สูตรขยายลงไปได้ ถ้าเผลอไปพิมพ์อะไรทับไว้ มันจะขึ้น error #REF! (เพราะสูตรเขียนทับของเดิมไม่ได้) ให้เคลียร์ช่องด้านล่างออกก่อน

11. QUERY — เหมือนเขียนคำสั่งฐานข้อมูลในชีต (ใช้บ่อยมากกับงานสรุป)

ถ้าทำชีตจัดการเงินจริงจัง ทำได้ทั้ง กรอง + เลือกคอลัมน์ + จัดกลุ่ม + รวมยอด + เรียงลำดับ จบในสูตรเดียว แทนที่จะต้องใช้ SUMIF หลายตัวหรือทำ Pivot

รูปแบบ:

=QUERY(ช่วงข้อมูล, "คำสั่ง", จำนวนแถว header)

"คำสั่ง" เขียนคล้ายภาษา SQL โดยอ้างถึงคอลัมน์ด้วย ตัวอักษรของชีต (A, B, C...) ในเครื่องหมายคำพูด

คำสั่งที่ใช้บ่อย (เรียงตามลำดับการเขียน):

ตัวอย่างจากง่ายไปยาก สมมติข้อมูล วันที่(A) / หมวด(B) / ประเภท(C) / จำนวนเงิน(D):

// 1. กรองเฉพาะรายการที่เป็น "ซื้อ"
=QUERY(A:D, "select * where C='ซื้อ'", 1)

// 2. กรองตามวันที่ (สังเกตคำว่า date และรูปแบบ yyyy-mm-dd)
=QUERY(A:D, "select A, B, D where A >= date '2026-01-01'", 1)

// 3. สรุปยอดรวมแยกตามหมวด เรียงจากมากไปน้อย
=QUERY(A:D, "select B, sum(D) where C='ซื้อ' group by B order by sum(D) desc", 1)

// 4. ดึงค่าจากไฟล์อื่นมา query ต่อได้ด้วย
=QUERY(IMPORTRANGE("ลิงก์", "ชีต!A:D"), "select Col2, sum(Col4) group by Col2", 1)

จุดที่คนพลาดบ่อย:

  1. เลข 1 ท้ายสุด = บอกว่ามี header 1 แถว (ถ้าไม่ใส่ บางทีหัวตารางจะหลุดมาปนกับข้อมูล)
  2. ค่าข้อความใน where ต้องครอบด้วย เครื่องหมาย single quote ' เช่น 'ซื้อ' ส่วนวันที่ต้องนำหน้าด้วย date เช่น date '2026-01-01'
  3. ถ้าข้อมูลมาจาก IMPORTRANGE ให้อ้างคอลัมน์เป็น Col1, Col2... แทน A, B

QUERY สูตรเดียว สรุปรายจ่ายแยกหมวด เรียงมากไปน้อย
สูตรเดียวจบ — กรอง (จ่าย) + จัดกลุ่ม (หมวด) + รวมยอด + เรียงลำดับ

12. FILTER — กรองข้อมูลออกมาเป็นตารางใหม่อัตโนมัติ (ใช้บ่อยคู่กับ QUERY)
ถ้า QUERY ซับซ้อนไป FILTER คือทางเลือกที่เขียนง่ายกว่า หน้าที่คือ "ดึงเฉพาะแถวที่เข้าเงื่อนไข" ออกมาเป็นตารางใหม่ และมันอัปเดตเองทุกครั้งที่ข้อมูลต้นทางเปลี่ยน (ต่างจากตัวกรอง/Filter view ที่เป็นการซ่อนแถวเฉยๆ)

รูปแบบ:

=FILTER(ช่วงที่จะเอา, เงื่อนไข1, [เงื่อนไข2], ...)

ตัวอย่าง สมมติข้อมูล วันที่(A) / หมวด(B) / ประเภท(C) / จำนวนเงิน(D):

// 1. เอาเฉพาะแถวที่หมวดเป็น "อาหาร"
=FILTER(A:D, B:B="อาหาร")

// 2. หลายเงื่อนไขพร้อมกัน (และ) — เอาเฉพาะ "ซื้อ" ที่เกิน 1000
=FILTER(A:D, C:C="ซื้อ", D:D>1000)

// 3. เลือกเอาแค่บางคอลัมน์มาแสดง (เอาแค่ A กับ D)
=FILTER({A:A, D:D}, B:B="อาหาร")

ทริค:

ประยุกต์ขั้นกว่า: รวมหลายชีตมาต่อกันเป็นตารางเดียว (FILTER + ต่อแถว)
จำเรื่อง "การรวมแถวต่อแถว" ด้วย {} และ ; จาก ตอนที่ 1 เอามาผสมกับ FILTER ได้สวยมาก สมมติเราแยกบันทึกสินทรัพย์เป็นหลายชีต (เงินสด / กองทุน / หุ้น) แล้วอยากรวมทุกชีตที่ "กรอกข้อมูลแล้ว" มาไว้หน้าสรุปแผ่นเดียว:

={
  FILTER('เงินสด'!A3:I, 'เงินสด'!H3:H<>"");
  FILTER('กองทุน'!A3:I, 'กองทุน'!H3:H<>"");
  FILTER('หุ้น'!A3:I,   'หุ้น'!H3:H<>"")
}

ข้อควรระวัง: ทุกก้อนที่เอามาต่อด้วย ; ต้องมี จำนวนคอลัมน์เท่ากัน (ในตัวอย่างคือ A:I = 9 คอลัมน์ทุกชีต) ไม่งั้นจะ error

13. IMPORTRANGE — ดึงข้อมูลข้ามไฟล์
เชื่อมข้อมูลจากไฟล์ Google Sheet อีกไฟล์มาใช้ (ครั้งแรกต้องกดอนุญาตการเชื่อมต่อก่อน)

=IMPORTRANGE("ลิงก์หรือ ID ของไฟล์", "ชื่อชีต!A1:D100")

Part 5: สูตรสายการเงิน-การลงทุนโดยเฉพาะ

14. GOOGLEFINANCE — ดึงราคาหุ้น/อัตราแลกเปลี่ยนสดๆ
ดึงข้อมูลตลาดได้ตรงในชีตเลย (ส่วนใหญ่รองรับหุ้นต่างประเทศได้ดี หุ้นไทยบางตัวอาจไม่ครบ)

=GOOGLEFINANCE("NASDAQ:AAPL", "price")
=GOOGLEFINANCE("CURRENCY:USDTHB")

ใช้คู่กับการคำนวณต้นทุน/มูลค่าพอร์ตได้สบายๆ เช่นเอาราคาปัจจุบัน × จำนวนหุ้น
พอร์ตหุ้นดึงราคาสดด้วย GOOGLEFINANCE + ARRAYFORMULA + SUMPRODUCT สรุปทั้งพอร์ต
ราคาปัจจุบันดึงสดด้วย GOOGLEFINANCE, คอลัมน์มูลค่า/กำไรใช้ ARRAYFORMULA ใส่ครั้งเดียวทั้งคอลัมน์

15. สูตรการเงินสำเร็จรูป (FV, PV, PMT)
เอาไว้คำนวณดอกเบี้ยทบต้น เงินผ่อน หรือเป้าหมายการออม

=FV(อัตราต่องวด, จำนวนงวด, เงินที่ลงต่องวด)   // มูลค่าในอนาคต
=PMT(อัตราต่องวด, จำนวนงวด, เงินต้น)          // ค่างวดที่ต้องจ่าย

ถ้าดอกเบี้ยปีละ 6% ผ่อนรายเดือน ให้หารอัตราด้วย 12 และคูณจำนวนปีด้วย 12

ค่าที่ได้เป็นค่าประมาณเพื่อวางแผนเท่านั้น เพราะสูตรพวกนี้คิดบนสมมติฐานว่าอัตราดอกเบี้ย/ผลตอบแทน "คงที่เท่ากันทุกงวด" ซึ่งของจริงมันขยับขึ้นลงได้ และยังไม่รวมค่าธรรมเนียม ภาษี เงินเฟ้อ หรือจังหวะทบดอกที่ต่างกัน ตัวเลขจริงจากธนาคาร/สถาบันการเงินจึงคลาดเคลื่อนจากนี้ได้ ใช้เป็นภาพรวมไว้ตัดสินใจพอ อย่ายึดเป๊ะถึงหลักบาท

เครื่องคิดเลข FV / PMT / PV — ออมเงิน, ค่างวดกู้บ้าน, เงินก้อนที่ต้องมีตอนนี้

Part 6: สูตรจัดการข้อความ & วันที่ (จุกจิกแต่ช่วยได้เยอะ)

16. ข้อความ

=TRIM(A2)              // ตัดช่องว่างหัวท้าย
=A2 & " " & B2          // ต่อข้อความ (เครื่องหมาย &)
=LEFT(A2, 3)            // เอา 3 ตัวแรก
=SUBSTITUTE(A2,"-","")  // แทนที่ข้อความ

17. วันที่

=TODAY()                       // วันนี้
=YEAR(A2)  =MONTH(A2)          // แยกปี/เดือน
=EDATE(A2, 1)                  // บวกไป 1 เดือน
=DATEDIF(A2, TODAY(), "M")     // นับจำนวนเดือนระหว่างสองวัน

ตัวอย่างสูตรข้อความ (TRIM, LEFT, SUBSTITUTE, &) และวันที่ (TODAY, YEAR, MONTH, EDATE, DATEDIF)

Part 7: Pivot Table — สรุปข้อมูลแบบลากวาง ไม่ต้องเขียนสูตร

ถ้า QUERY ดูยากไป Pivot คือทางลัด เหมาะกับการสรุปภาพรวมจากข้อมูลดิบเยอะๆ เช่น สรุปรายจ่ายแยกตามหมวด/เดือน หรือสรุปพอร์ตแยกตามกลุ่มหุ้น

วิธีใช้

  1. คลุมช่วงข้อมูล (รวมหัวตาราง) แล้วไปที่เมนู แทรก (Insert) → Pivot table
  2. เลือกว่าจะสร้างในชีตใหม่หรือชีตเดิม
  3. ที่แผงด้านขวา ลากฟิลด์เข้าช่อง

ทริค: คลิกขวาที่ค่าในตาราง Pivot เลือก "สรุปตาม" เปลี่ยนจาก SUM เป็น % ของทั้งหมดได้ เหมาะกับการดูสัดส่วนรายจ่าย

Part 8: ดึงข้อมูลจากเว็บ/API เข้าชีตอัตโนมัติ

นอกจาก IMPORTRANGE (ดึงข้ามไฟล์ชีต) Google Sheet ยังดึงข้อมูลจาก "ภายนอก" ได้ด้วย เหมาะกับคนที่อยากให้ตารางอัปเดตเองโดยไม่ต้องก๊อปวาง

18. IMPORTDATA — ดึงไฟล์ CSV/TSV จากลิงก์
ถ้าใครมีลิงก์ไฟล์ CSV (เช่นรายงานที่ export มาเป็นลิงก์สาธารณะ) ดึงเข้ามาทั้งตารางได้เลย

=IMPORTDATA("https://example.com/data.csv")

19. IMPORTHTML — ดึงตารางหรือลิสต์จากหน้าเว็บ
เว็บไหนที่ข้อมูลอยู่ในรูป "ตาราง" หรือ "ลิสต์" ดึงมาได้ตรงๆ เช่น ตารางสรุปจาก Wikipedia

=IMPORTHTML("ลิงก์เว็บ", "table", 1)   // เอาตารางที่ 1 ในหน้านั้น
=IMPORTHTML("ลิงก์เว็บ", "list", 2)    // เอาลิสต์ที่ 2

20. IMPORTXML — ดึงข้อมูลเฉพาะจุดด้วย XPath
ยืดหยุ่นสุดในกลุ่ม import เลือกหยิบเฉพาะค่าที่ต้องการจากหน้าเว็บได้ (ต้องรู้ XPath นิดหน่อย)

=IMPORTXML("ลิงก์เว็บ", "//div[@class='price']")

ข้อจำกัดที่ต้องรู้: สูตรกลุ่ม IMPORT เหล่านี้ดึงได้เฉพาะเว็บที่ "เปิดสาธารณะ" และโครงสร้างไม่ซับซ้อน เว็บที่ใช้ JavaScript โหลดข้อมูลทีหลัง (เช่นเว็บหุ้น/คริปโตหลายเจ้า) มักดึงไม่ได้ — กรณีแบบนั้นต้องไปพึ่ง API + Apps Script ใน Part ถัดไป

Part 9: Apps Script — สูตรทำไม่ได้ก็ต้องโค้ด

เมื่อสูตรเริ่มไม่พอ (เช่น ดึง API ที่ต้องใส่ key, ส่งอีเมลอัตโนมัติ, ทำงานตามเวลา) เราใช้ Apps Script ซึ่งเป็นการเขียนโค้ด (ภาษา JavaScript) สั่งงานชีตได้ ฟังดูยากแต่เริ่มจากของง่ายๆ ได้

วิธีเปิด
ไปที่เมนู ส่วนขยาย (Extensions) → Apps Script จะเปิดหน้าต่างเขียนโค้ดขึ้นมา

ตัวอย่าง: ดึงราคาคริปโตจาก API มาใส่ชีต
สร้างฟังก์ชันที่เรียกใช้เป็น "สูตรของเราเอง" ในชีตได้เลย

function getPrice(symbol) {
  const url = "https://api.example.com/price?symbol=" + symbol;
  const res = UrlFetchApp.fetch(url);
  const data = JSON.parse(res.getContentText());
  return data.price;
}

จากนั้นกลับมาที่ชีต พิมพ์ใช้ได้เหมือนสูตรปกติ

=getPrice("BTC")

อยากให้รันอัตโนมัติตามเวลา (Trigger)
ในหน้า Apps Script กดไอคอนรูปนาฬิกา (Triggers) → เพิ่มทริกเกอร์ → เลือกฟังก์ชันและความถี่ เช่น ทุกชั่วโมง/ทุกวัน ก็จะให้สคริปต์อัปเดตข้อมูลให้เองโดยไม่ต้องเปิดไฟล์

ตัวอย่างจริงที่เอาไปใช้ได้เลย — ชีต Investment Portfolio ดึงราคาหุ้น/กองทุน ตั้ง trigger ให้รันทุกเช้า ราคาในพอร์ตก็อัปเดตเองโดยไม่ต้องเปิดไฟล์ หรือจะต่อยอดแบบ ระบบติดตามหุ้น + แจ้งเตือน Telegram ที่ใช้ Apps Script + Trigger คอยเช็คราคาแล้วเด้งแจ้งเตือนเข้ามือถือให้อัตโนมัติก็ได้

ครั้งแรกที่รัน Google จะขออนุญาตการเข้าถึง (Authorization) ให้กดอนุญาตก่อน สคริปต์ถึงจะทำงานได้
เริ่มจากก๊อปโค้ดตัวอย่างมาปรับทีละนิดจะง่ายที่สุด ไม่ต้องเขียนเองทั้งหมดตั้งแต่แรก

ตัวอย่างชีตเป็นไอเดีย เอาไปทำตามได้

อ่านสูตรมาเยอะแล้ว จริงๆ สูตรพวกนี้เราเอาไปทำเป็นชีตใช้งานจริงไว้เพียบเลยครับ ลองกดเข้าไปดูว่าแต่ละสูตรถูกใช้จริงยังไง (ในบทความมีลิงก์ "ทำสำเนา" ให้ก๊อปไปใช้ได้เลย):

สาย SUMIF / QUERY — สรุปรายรับรายจ่าย & ปันผล

สาย GOOGLEFINANCE — ดึงราคาสด & ติดตามพอร์ต

สาย FILTER — กรอง & จัดการรายการ

สาย FV / PMT — วางแผน & สินเชื่อ

สาย IMPORT / Apps Script — ดึงข้อมูลนอก & อัตโนมัติ

ทุกชีตด้านบนกดเข้าไปในบทความจะมีลิงก์ทำสำเนา (Make a copy) ให้ก๊อปไปปรับใช้ได้เลย ไม่ต้องสร้างเองตั้งแต่ศูนย์

ทริคปิดท้าย

มีอะไรแนะนำกันก็บอกมาได้เลยนะครับ สูตรพวกนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ใช้บ่อย ลองหยิบไปผสมกันดูจะเจอลูกเล่นใหม่ๆ อีกเยอะเลย

ต่อยอดด้วย AI ให้ชีตทำได้ง่าย เร็วขึ้น

จุดสำคัญคือ ขอแค่เข้าใจพื้นฐานพวกนี้ก็พอ ไม่ต้องจำทุกสูตรให้ขึ้นใจ เพราะเดี๋ยวนี้เราเอา AI (เช่น ChatGPT, Gemini, Claude) มาเป็นผู้ช่วยทำชีตได้สบายมาก พอเรารู้ว่า "สูตรแต่ละแบบทำอะไรได้" เราจะ สั่งงานและตรวจคำตอบ AI ได้ถูก ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นหลายเท่า

ลองใช้แบบนี้ดูครับ:

แต่อย่าลืมว่า AI ก็ตอบผิดได้ ความรู้พื้นฐานจากบทความนี้แหละที่จะช่วยให้เรา เช็กได้ว่าสูตรที่มันให้มาถูกหรือเปล่า ก่อนเอาไปใช้กับเงินจริง

และใครที่อยากติดตามเรื่องราวดีๆ เครื่องมือที่จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ติดตามเราได้ไว้เลย
ฝากเพจ My Money Toolkit ไว้ด้วยนะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณจากใจจริงๆ เลยนะครับ 🙏

บทความ + ชีตตัวอย่าง + เครื่องมือทั้งหมดในเว็บนี้ เราตั้งใจทำให้ใช้ฟรีกันได้เลย เพราะอยากให้ทุกคนเริ่มจัดการเงินตัวเองได้ง่ายขึ้นจริงๆ

ถ้าบทความนี้พอมีประโยชน์ อยากชวนมา สมัครสมาชิก เป็นกำลังใจ เริ่มแค่ ฿60/เดือน ให้เรามีแรงทำของดีๆ ฟรีๆ ทำคอนเทนต์ดีๆ แบบนี้ต่อไปได้อีกยาวๆ

สมาชิกยังได้ของติดมือกลับไปด้วยนะ — ไม่มีโฆษณากวนใจ, เนื้อหา & เครื่องมือพิเศษเฉพาะสมาชิก, ส่วนลดเครื่องมือตลอดชีพ และอื่นๆ อีกเพียบ

💖 ดูแพ็กสมาชิก / สมัครเลย

ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ขอบคุณทุกการสนับสนุนของท่าน

ผู้ที่สมัครสมาชิกให้กำลังใจ และ ซื้อเครื่องมือของเรา หรือซื้อของผ่านลิงก์ของเรา แค่กดลิงก์และซื้อของที่เคยปักไว้ในตะกร้าก่อนหน้า ช่วยให้เราพัฒนามีกำลังใจสร้างสรรค์เครื่องมือดีๆ แบบนี้ออกมาอีกต่อไปครับ! 💖

My Money Toolkit แหล่งรวมชีทและเครื่องมือการเงินที่มากที่สุด

☕️
👏
❤️
💸
🎉
❤️
👏
Sorranut K.
Paradorn
4Star
ทีม merefine
Fun manager
บาส
Ko
Thanon
phing
Lovegood
May pattama
Jcheetah
Prinya
Toon
ขอบคุณที่ทำเว็บดีๆ ให้คนไทยเข้าถึงฟรี
ฟีเจอร์เยอะมาก สวยด้วย
ช่วยจุดประกายในการปรับแก้ชีทของเราได้ดี
ออกแบบมาได้สวยงาม
น่ารักน่าใช้งานดีค่ะ
ชอบ feature DR มากๆ
การใช้งานง่ายแบบโอเคเลย
ขอบคุณที่ทำฟีเจอร์ดีๆ ออกมาให้ใช้งาน
ชอบประกัน ดูมีครบมากๆ และเห็นภาพ
รูปแบบที่ดูสวย และดูง่ายทุกๆ report
สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้
ชอบฟังก์ชั่นชีทของพี่นะคะ
เป็นเครื่องมือที่ตามหามานาน
ทำออกมาได้ดีครับ ยอดเยี่ยม
สร้างเครื่องมือดีๆ ให้คนไทยต่อไปนะครับ
ชอบที่มีการแยกฟีเจอร์เฉพาะตัวบุคคล
เป็นจุดแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ
พอเข้ามาในลิงก์ อึ้งเลย
ขอบคุณที่ทำออกมาให้ใช้นะคะ
ชอบเครื่องมือแบบ Permanent usage
ภาษี หนี้ รายรับรายจ่าย ทำได้ดีครับ
วางแผนการเงินส่วนบุคคล ตามหามานาน
เครื่องมือดีๆ ที่อยากให้คนไทยได้ใช้
เป็นกำลังใจให้ทำต่อไปครับ
ใช้งานง่าย เข้าใจได้เร็ว
Sheet ของพี่ดีมาก ใช้ปรับให้เข้ามือได้
สวยและใช้ง่าย ทุก report ดูง่าย
เห็นแล้วน่ารัก น่าใช้งานดีค่ะ

ขอบคุณผู้สนับสนุนจากใจ

planner character
Planner
investor character
Investor
alpha character
Alpha
market-maker character
Market Maker

การสนับสนุนของคุณ ช่วยให้เครื่องมือดีๆ มีต่อไป

ร่วมเป็นสมาชิก →
ร่วมแบ่งปันเครื่องมือดีๆ
Share :
ต่ำกว่าราคาประเมิน
Condo 1Condo 2Condo 3Condo 4Condo 5Condo 6Condo 7Condo 8Condo 9Condo 10

Bangkok Horizon เพชรเกษม

฿1,490,000เจ้าของขายเอง

📍 ทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่ ใกล้ห้าง ใกล้ MRT
🏙️ ชั้น 14 วิวโปร่ง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ไม่ร้อน)
📏 ขนาด 30.66 ตร.ม. | 1 นอน 1 นั่งเล่น 1 ครัว 1 น้ำ

ลงทุนศาสตร์

นักเขียน นักลงทุน ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน
หมวดอื่น
Growth Lecture

Growth Lecture

ขุดหุ้นเติบโตได้ในเล่มเดียว

ซื้อเลย
Stock Lecture

Stock Lecture

ลงทุนหุ้นได้ในเล่มเดียว

ซื้อเลย
แนะนำMoney Lecture

Money Lecture

วางแผนการเงินได้ในเล่มเดียว

ซื้อเลย
ทรัพย์ หุ้น ทุน ศิลป์

ทรัพย์ หุ้น ทุน ศิลป์

ศิลปะว่าด้วยโลกของทุนนิยม ผ่านแง่มุมแปลกใหม่ของหุ้นและทรัพย์สิน

ซื้อเลย
100 Frequently Asked

100 Frequently Asked

ร้อยคำถามหุ้นต้องตอบ

ซื้อเลย
Floating Image